เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุมตัว น.ส.ธัญญาลักษณ์ หรืออุ๋ย นิ่มทอง อายุ 34 ปี ชาวจ.สุโขทัย และ นางกัญญาณัฐ แถวโชติ อายุ 37 ปี ชาวจ.ระยอง ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 2007 /2559 และ ที่ 2009/2559 ตามลำดับ ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ในข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,อั้งยี่ และซ่องโจร” โดยจับกุม น.ส.ธัญญาลักษณ์ ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.13 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย และจับกุมตัว นางกัญญาณัฐ ได้ที่บ้านพักภายในพื้นที่ ม.5 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ พร้อมพวกอีก 26 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ได้ทำงานเป็นสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กับ นายฉิงเกอ นายทุนชาวจีน-ไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้กับผู้ต้องหาทั้งหมดในการเดินทางไปประเทศจีนในรูปแบบของวีซ่านักท่องเที่ยว 3 เดือน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นผู้คอยรับโทรศัพท์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์กลับมาหลอกลวงผู้เสียหายในประเทศไทย โดยการอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร หรือ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จากนั้นก็จะทำการเจรจาหลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายติดปัญหาเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือ เข้าไปมีส่วนพัวพันกับคดีร้ายแรง จำเป็นต้องทำการตรวจสอบ ก่อนจะหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามายังบัญชีที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้จัดเตรียมไว้ กว่าที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สูญเงินในบัญชีจนเกือบหมดแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ร่วมขบวนการเหล่านี้จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ในอัตราเดือนละประมาณ 10,000 – 15,000 บาท พร้อมกับค่าคอมมิชชั่นร้อยละ 3-5 จากจำนวนเงินที่หลอกลวงมาในแต่ละวัน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยและกบดานซ่อนตัวอยู่ตามภูมิลำเนาของตนเอง จึงได้นำกำลังไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้รับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก. 2 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

