หน้าแรก ในประเทศ แจ้งข้อหาเพิ่...

แจ้งข้อหาเพิ่ม “สับ วาปี” เบิกความเท็จ-สร้างแพะ เจ้าตัวยอมรับสภาพบอกเหนื่อย เงินก็ไม่ได้

24.11.17 | 16:22 น.

จัดหนัก แจ้งข้อหาเพิ่ม สับ วาปี พร้อมเมีย เบิกความเท็จ สร้างแพะ รอส่งฟ้องศาล เจ้าตัวเปิดใจ รับสภาพ เคยสำนึกผิดแต่ไม่ทัน ถูกหลอกทำผิด หนำซ้ำไม่ได้ค่าจ้าง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด เกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสับ วาปี อายุ 61 ปี พยานสำคัญที่เคยออกมายืนยันว่า เป็นคนขับรถชนคนตาย ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ พร้อมภรรยา คือ นางจัน วาปี อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี เกี่ยวกับการรับจ้างทำผิดคดีครูจอมทรัพย์ ถือ เป็น 2 ใน 8 ของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด หลังตำรวจได้มีการพิจารณาดำเนินคดี แต่ในส่วน ของ นายสับ วาปี พร้อมภรรยา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน คณะทำงาน การดำเนินคดีเอาผิดกับขบวนการรับจ้างทำผิดในคดีครูจอมทรัพย์ หลังตำรวจออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 ในฐานความผิด ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากเคยไปให้การต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เรณูนคร และ สภ.เมืองนครพนม ในการช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ร่วมประชุมหารือกับคณะทำงานดำเนินคดี เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รวมถึงสอบสวนพยานเกี่ยวข้อง โดยได้มีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี พร้อมภรรยา คือ นางจัน วาปี อายุ 59 ปี เพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา ฐานความผิด เบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท รวมทั้ง 2 ราย ถูกดำเนินคดี รวม คนละ 3 ข้อหา มีความผิดให้การเท็จ 2 ข้อหา และเบิกความเท็จอีก 1 ข้อหา ซึ่งทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพ ว่าได้รับการว่าจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ในส่วนของการดำเนินคดีครูจอมทรัพย์ หรือนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และ ครูอ๋อง นายสุริยา นวลเจริญ ทางตำรวจได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว กับพนักวานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในข้อหา เบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือบปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษไม่เกิน 7 ปี ปละปรับไม่เกิน 14,000 บาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเสนอศาลจังหวัดนครพนม อนุมัติออกหมายจับ เนื่องจากคดีดังกล่าว มีความผิดโทษเกิน 3 ปี จึงไม่ต้องมีการออกหมายเรียก

ด้าน นายสับ วาปี นายสับ วาปี อายุ 61 ปี พยานสำคัญที่เคยออกมายืนยันว่า เป็นคนขับรถชนคนตาย ออกมาเปิดใจ ว่า ตนยอมรับสภาพทุกอย่างไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมารูปแบบไหน เพราะยอมรับว่าที่ผ่านมา ได้รับการว่าจ้างจาก ครูอ๋อง สุริยานวลเจริญ ที่ตกลงกันว่า จะว่าจ้างให้ไปรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ เป็นเงิน 4 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้เงินตามตกลง ที่สำคัญก่อนนี้เกิดความท้อ เคยตัดสินใจจะกลับคำให้การ ในช่วงจะมีการนำตัวไปเบิกความต่อศาล ในการพิจารณารื้อคดี โดยในช่วงที่ตน ได้ถูกนำตัวไปสอบ พักกับ ครูอ๋อง นายสุริยา นวลเจริญ ได้เคยสารภาพกับ ทางเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ มาก่อน เพราะเข้าเครื่องจับเท็จไม่ผ่าน จากนั้น พอ ครูจอมทรัพย์ ทราบข่าว เคยพบตนเอง และต่อว่า ตนว่าทำไมจะกลับคำให้การ ตนจึงตอบว่า ตนท้อเงินไม่ได้ เหนื่อย ทาง ครูอ๋อง จึงตอบว่า จะรับผิดชอบเอง รวมถึง ครูจอมทรัพย์ ได้บอกตนว่า นั้น ตัวใครตัวมัน จนกระทั่งวันเบิกความต่อศาล ตนจึงถูกกันไม่ให้ขึ้นเบิกความ เพราะเกรงว่าตนจะกลับคำให้การ ว่ารับจ้าง มาถึงวันนี้ตนพร้อมให้ข้อมูลตามความเป็นจริงทุกอย่าง ยอมรับทำไป เพราะลำบาก ยากจน อยากได้เงิน และมีครูอ๋อง นำทนาย มาพูดคุยกล่อมให้รับจ้าง จนเชื่อสนิท ว่าจะไม่ได้รับโทษ จึงหลงเชื่อ แต่สุดท้ายไม่ได้เงิน แถมรับโทษอีก

Advertisement

จากนั้นเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ชัชวาลย์ แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ในฐานะโฆษก บก.ภ.จว.ฯ เปิดเผยหลังจากออกจากห้องประชุม ศปก.ภ.จว.ฯ ชั้น 5 อาคารแสงสิงแก้ว บก.ภ.จว.ฯว่า เรียนพี่น้องประชาชนผ่านสื่อมวลชน ที่ให้ความสนใจครูจอมทรัพย์ ซึ่งกำลังดำเนินการต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ ด้วย พล.ต.ต.สุระชัย ควรเตชะคุปต์ รรท.ผบช.ภ.4 ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ และอีกชุดหนึ่งก็จะเป็นของคณะทำงานสืบสวน ชุดพนักงานสอบสวนนำโ ดย รอง.ผบช.ภ.4 ส่วนชุดสืบสวนนำโดย ผบก.สืบสวน ภ.4 มาดำเนินการอย่างต่อเนื่องในคดีนี้ ตั้งแต่เช้ามามีการประชุมจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน จึงขอขยายความเรื่องนายสับ วาปี ที่สื่อมวลชนกำลังรออยู่ เนื่องจากว่าขณะนี้การสอบสวน ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนความ พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาข้อกฎหมายเพิ่มเติมอยู่ ถ้ามีความคืบหน้าหรืออย่างไรจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกที ในข้อกฎหมายที่พิจาณากันอยู่เป็นการกระทำความผิด ทั้งภาพรวมในชั้นศาลและชั้นพนักงานสอบสวนตาม สภ.ต่างๆ ที่ไปแจ้งความไว้ ตำรวจกำลังประมวลเรื่องทั้งหมด ให้พนักงานสอบสวนชุดใหญ่ ที่เพิ่งเดินทางมาจาก บช.ภ.4 ในวันนี้(24 พ.ย.) นายสับ วาปี จึงไม่ได้นำตัวส่งศาล รอให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนให้เสร็จและรัดกุม มีความละเอียดรอบคอบมากกว่าปกติ ส่วนนางจันทร์ วาปี ภรรยาของนายสับได้สอบปากคำในฐานะพยาน ให้การเป็นประโยชน์ค่อนข้างเยอะ การสอบสวนมีรายละเอียดเยอะ เฉพาะนั้นคงต้องรอดูรายละเอียดเป็นช่วงๆไป” โฆษก บก.ภ.จว.นครพนม กล่าวในที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสับอาจจะถูกแจ้งข้อหาเบิกความเท็จเพิ่ม เนื่องจากวันที่ 10 มิถุนายน นายสับไปปรากฏตัวที่ศาลจังหวัดนครพนม ต่อหน้าครูจอมทรัพย์ และต่อหน้าทายาทผู้เสียชีวิต ในฐานะเป็นผู้ขับขี่รถชนนายเหลือถึงแก่ความตาย โดยนายสับแถลงต่อศาลฯว่าตนเองเป็นผู้ขับรถเฉี่ยวชนนายเหลือมิใช่นางจอมทรัพย์ จึงนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 170,000 บาท ซึ่งภายหลังนายสับสารภาพว่าได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากนายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว