เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ศิลาคอฟฟี่ แอนด์บริสโตร หมู่ 5 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี นายพิเชษฐ นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่และพี่สาวของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง นอกจากนี้ กระแสโลกโซเชียลได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยมีการสนับสนุนเรียกร้องให้ครอบครัวน้องเมยต่อสู้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตของน้องเมย รวมทั้งยังมีกระแสกล่าวโจมตีครอบครัวน้องเมย จึงได้ออกมาแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของกระแสที่มีการโจมตีเรื่อง มีโรคประจำตัว ถูกบังคับให้มาเรียน หรือฆ่าตัวตาย
นางสุกัลยา แม่น้องเมย กล่าวว่า หากดูภาพจากโทรศัพท์มือถือที่บันทึกไว้จะเห็นว่าหัวเข่าของน้องเมยเย็บถึง 11 เข็ม โดยมีสาเหตุมาจากช่วงจะสอบกองทัพบกรอบ 2 ได้ไปฝึกว่ายน้ำ ถูกกระเบื้องบาด ไม่สามารถให้ยาสเตยรอยด์ได้ เนื่องจากอาจจะมีผลกระทบเมื่อสอบผ่านจะต้องมีการตรวจสุขภาพอีกรอบหนึ่ง แพทย์จึงได้ให้ยาฆ่าเชื้อมาล้างแผลเท่านั้น ทำให้แผลติดเชื้อ มีหนอง แทบเดินไม่ได้ เมื่อสอบถามน้องเนยว่าไหวไหม ได้รับคำตอบว่าแม้จะเดินไม่ได้ แต่แขนยังมีแรงก็ออกกำลังกายโดยดึงข้อแทน ช่วงไปสอบยังต้องลุ้นอีกว่าบาดแผลที่เย็บไว้จะติดหรือไม่ ซึ่งแสดงให้ว่าน้องเมยมีเจตนาจะเข้ามาเรียนโรงเรียนเตรียมทหารจริง ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหาในโซเชียล
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียเงินไปน้องเมยมากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับการเตรียมตัวให้ลูกชายมาเรียนเตรียมทหาร นางสุกัลยากล่าวว่า คงต้องไปถามสถาบันต่างๆ ที่ไปติวเข้มก่อนที่จะสอบติดโรงเรียนเตรียมทหารว่าใช้เงินมากน้อยเพียงใดดีกว่า
นางสุกัลยากล่าวอีกว่า การเสียชีวิตของลูกชายเมื่อมีข่าวแพร่กระจายออกไป ได้มีแพทย์คนหนึ่งไม่รู้จักกันได้โทรศัพท์มาหา กรณีที่มีเลือดที่ม้ามและตับนั้น ไม่น่าจะเกิดการทำพีซีอาร์ในการช่วยเหลือชีวิตน้องเมย แต่อาจจะเกิดจากการกระแทกมากกว่า พร้อมทั้งแสดงความเสียใจมาด้วย ที่สำคัญก่อนที่จะเสียชีวิตช่วงที่น้องเมยถูกกระทำจนสลบ ทำไมไม่ยอมดูแล นักเรียนทั้งกองพันใจร้ายเหลือเกิน เพราะเมื่อผ่านพีซีอาร์แล้วจะต้องมีการพักฟื้น จะต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแล แต่ปล่อยให้ถูกทำโทษและทำให้เสียชีวิต ขณะนี้หลายคนให้ความสนใจคิดว่าน้องเนยเปรียบเสมือนลูกหลาน และได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก รวมทั้งในโลกโซเชียลได้ให้กำลังใจอย่างมากมาย ต้องขอขอบคุณด้วย
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมกับน้องเมยต้องขอบคุณด้วย แต่การที่ครอบครัวออกมาเรียกร้องนั้น ต้องการอยากให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ที่สำคัญไม่ได้ต้องการทะเลาะกับกองทัพหรือโรงเรียนเตรียมทหาร แต่อยากให้มีการตรวจสอบในเรื่องของบุคลากรมากกว่า ตนอยู่ประเทศไทย ต้องเคารพกองทัพ ที่สำคัญญาติพี่น้องของตนเองก็เป็นทหารจำนวนมาก ไม่ต้องการที่จะโจมตีแต่อย่างใด
น.ส.สุพิชชากล่าวว่า ในส่วนของเอกสารทางราชการเกี่ยวกับน้องเมยนั้น ล่าสุดของสถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้มีการยืนยันข้อมูลตรงกันกับที่นำส่งไปพิสูจน์อีกโรงพยาบาลหนึ่งคือ ซี่โครงด้านขวาที่ 4 หักเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังพบว่าจากการตรวจชิ้นเนื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์พบว่ามีเลือดคั่ง มีการกล่าวกันว่ามาจากการทำพีซีอาร์ แต่แพทย์ได้ยืนยันมาแล้วว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะม้ามและตับจุดนี้ห่างกันมาก ไม่กระเทือนถึงแม้ว่าจะทำพีซีอาร์นานถึง 4 ชั่วโมงก็ตาม นอกจากนี้ ยังพบว่าหัวใจโตผิดปกติ ซึ่งเด็กอายุ 17-18 ปีไม่น่าจะเป็นโรคหัวใจโต น่าจะเกิดจากรอยซ้ำมากกว่า ซึ่งจะต้องหาสาเหตุในจุดนี้ ที่สำคัญก่อนน้องเมยจะเสียชีวิต ได้ตกบันไดและได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พบว่าปอดและหัวใจปกติ

“การที่ออกมาเรียกร้องไม่อยากให้กองทัพ โรงเรียนเตรียมทหารเสียหาย อยากให้มีผู้รับผิดชอบที่ทำให้มีรอยช้ำเกิดขึ้นกับน้องเมย จนทำให้เสียชีวิต และไม่เคยกล่าวโจมตีกองทัพหรือโรงเรียนเตรียมทหารเลย” น.ส.สุพิชชากล่าวและว่า ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบอวัยวะภายในนั้นอยู่ระหว่างการประสานงานกับสถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์จะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอวัยวะอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีตนพร้อมด้วยพี่สาวที่เป็นพยาบาลจะเข้าไปตรวจสอบชิ้นเนื้อทั้งหมด พร้อมทั้งจะตอบคำถามหากมีการสงสัย ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่าการตรวจสอบนั้นจะเสียค่าใช้จ่ายแพง ซึ่งในเรื่องนี้สถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือหากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริง จะมีกลุ่มมอเตอร์สปอร์ตซึ่งจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการแข่งรถยนต์ รวมทั้งประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้

น.ส.สุพิชชา ตอบข้อถามเกี่ยวกับการฝึกหนักมากทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงว่า ในเรื่องน้องเมยได้เขียนจดหมายถึงเพื่อนน้องพีซึ่งเป็นเพื่อนกัน ซึ่งได้ลาออกจากโรงเรียนเตรียมทหารไปแล้วว่า ได้เห็นนักเรียนเตรียมทหารหลังจากฝึกเสร็จ แล้วล้มพับไปเลย น่าจะมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น น.ส.สุพิชชากล่าวว่า จากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีแล้วทราบว่าได้มีการสอบปากคำไปแล้ว 4 ปาก ส่วนข้อหานั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าคงจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ครอบครัวของน้องเมยตั้งข้อสงสัยว่า รุ่นพี่ที่ทำให้น้องเมยเสียชีวิตนั้น ขณะนี้ทางโรงเรียนเตรียมทหารยังไม่ยอมเปิดเผยนั้น จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าเป็นนักเรียน VIP

