ร้อง ‘พล.ต.อ.อดุลย์’ รมว.แรงงานคนใหม่ หลังข่าว 13 ธ.ค.เคาะค่าแรงแค่บางจังหวัด

27.11.17 | 13:36 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ย้ายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแทนว่า เชื่อว่า พล.ต.อ.อดุลย์มีความมุ่งมั่น และท่านเป็นตำรวจ ทำงานผ่านมวลชนมาพอสมควร ซึ่งมวลชนก็คือกลุ่มคนแรงงาน ประกอบกับจากการทำงานที่ผ่านมาของท่านเป็นคนตั้งใจและจริงจังกับการทำงาน ซึ่งก็เชื่อว่าจะมาทำงานเพื่อพี่น้องแรงงานทุกคน แต่จะให้ดีท่านต้องมีนโยบายที่โดนใจ ชนิดว่าหากพูดถึงนโยบายนี้ต้องนึกถึงท่านอดุลย์ คล้ายๆ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือบัตรทองรักษาฟรี

นายชาลีกล่าวว่า แน่นอนว่าในส่วนของแรงงาน คือ การให้ความเป็นธรรมกับแรงงานทั่วประเทศในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ไม่ใช่แค่ปรับในบางกลุ่มจังหวัด เพราะจริงๆ แล้วคนทำงาน กรรมกรทั้งหลายมีทั่วทุกภาค ล่าสุดผมทราบมาว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ และจะพิจารณาปรับเพิ่มค่าแรงใน 30 จังหวัด ซึ่งหากเป็นจริงถือว่าไม่เป็นธรรมมากๆ เพราะหากประชาชนคนมีรายได้น้อยยังลำบาก ค่าครองชีพไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หากฐานล่างยังไม่ดี แล้วเศรษฐกิจจะดีได้อย่างไร” นายชาลีกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ที่ พล.ต.อ.อดุลย์เป็นรัฐมนตรีว่าการ พม.มาก่อนอาจทำงานเน้นเรื่องค้ามนุษย์ หรือแรงงานเด็ก นายชาลีกล่าวว่า ก็มีบ้าง ยิ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามให้ประเทศไทยไต่อันดับขึ้นจากจัดอันดับของทิปรีพอร์ต หรือสถานการณ์ค้ามนุษย์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่เทียร์ 2 วอตช์ลิสต์ ซึ่งยังอยู่ในกลุ่มต้องเฝ้าระวัง แต่ก็ยังเชื่อว่าท่านจะไม่มุ่งเน้นแค่งานนี้เท่านั้น และมีความเชื่อว่าท่านจะเดินหน้าช่วยให้ค่าครองชีพของแรงงานเพียงพอ ซึ่งปัจจุบันตามหลักสากล แรงงาน 1 คนต้องเลี้ยงดูครอบครัว 2 คนจึงจะเพียงพอ ซึ่งก็ประมาณ 600-700 บาท อย่างทุกวันนี้ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ก็ต้องทำงานโอที เพื่อให้ได้ค่าจ้างเพิ่มเป็นวันละ 500-600 บาทอยู่ดี นี่คือความจริง

นายมานะ จุลรัตน์ กรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 สัดส่วนผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ บอร์ดค่าจ้างจะมีการพิจารณาเคาะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดพิจารณาส่งเข้ามา จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะมีกี่จังหวัดที่ได้รับการขึ้นค่าจ้าง และขึ้นอัตราเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นในจำนวน 77 จังหวัดนั้นมีประมาณ 10 จังหวัดที่อนุกรรมการฯไม่ได้เสนอขึ้นค่าจ้างมา แต่พอดูตามสูตรการคำนวณค่าจ้างแล้วเห็นว่าน่าจะสามารถขึ้นได้ตรงนี้บอร์ดก็ต้องดูอีกทีว่าที่ไม่ขอปรับมีเหตุผลอะไร ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ทั้งนี้จากสูตรคำนวณค่าจ้างซึ่งจะดูข้อมูลหลายด้าน อาทิ จีดีพีของจังหวัด เขตพื้นที่เศรษฐกิจ โซนอุตสาหกรรม เป็นต้น ทำให้เห็นว่ารอบนี้มีเกินครึ่งของจังหวัดทั่วประเทศที่ควรได้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

Advertisement

นายมานะกล่าวต่อว่า อัตราสูงสุดที่เสนอเข้ามาคือมากกว่า 10 บาท  15 บาทก็ยังมี ส่วนอัตราต่ำสุดประมาณ 2 บาท แต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ แถบอีสานก็มีการปรับเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่บอร์ดค่าจ้างชุดที่ 19 พิจารณาเรื่องนี้กันนั้น ก็มีการเลือกตั้งบอร์ดชุดที่ 20 ขึ้นมาทำงานใหม่ ซึ่งได้รายชื่อและส่งให้ รมว.แรงงานลงนามแล้วตั้งแต่สมัย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เป็น รมว.แรงงาน แต่ยังไม่ทันได้ลงนามก็ลาออกจากตำแหน่งก่อน ตอนนี้เลยรอ รมว.แรงงานคนใหม่ก่อน คือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พิจารณาต่อ ซึ่งไม่แน่หาก พล.ต.อ.อดุลย์ ลงนามแต่งตั้งบอร์ดค่าจ้างชุดที่ 20 เร็ว บอร์ดค่าจ้างชุดที่ 19 อาจจะไม่ได้เคาะค่าจ้างครั้งนี้ก็ได้ แต่เบื้องต้นมีการประชุม และเคาะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในวันที่ 13 ธันวาคม

เมื่อถามว่ามีข้อเรียกร้องจากผู้ใช้แรงงานว่าควรปรับให้ทั่วประเทศ ไม่อย่างนั้นจะไม่เป็นธรรมกับจังหวัดที่ไม่ได้ปรับ นายมานะกล่าวว่า ก็เป็นอย่างที่พูด แต่บางจังหวัดที่ไม่เป็นจังหวัดเศรษฐกิจหากจะปรับเพิ่มค่าจ้างก็ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นจึงไม่สามารถปรับได้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้น่าจะเป็นที่พอใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครอาจจะมีการพิจารณาเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก 5 บาท ส่วนจังหวัดแถบปริมณฑลบางจังหวัดไม่ได้ขึ้น