เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรนครพนม พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า มีพยานหลักฐานใกล้ที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง มีพยานที่จะต้องดำเนินการสอบสวน 34 ปาก มีคณะกรรมการสอบสวนออกไปสอบสวนแล้ว 29 ปาก เหลืออีก 5 ปาก อยู่ต่างจังหวัดก็เลยช้าไป แต่ต้องสอบทุกคน ถือว่าได้ทำไปเกือบสมบูรณ์แล้ว พยานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนที่เป็นขบวนการ ที่ไปด้วยกัน มีส่วนรู้เห็น ใครรู้เห็นแค่ไหน จะเป็นความผิดแค่ไหนยังไม่ได้พิจารณา เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่เราจับมา ข้อมูลจากพยานถือว่าเป็นประโยชน์กับรูปคดี ทุกคนได้รู้ ได้เห็น ได้ไปร่วมด้วย จากพยาน 29 ปาก คาดว่ามี 4-5 คน จากพยานหลักฐาน ถ้าดำเนินคดีได้ก็จะดำเนินคดี ขออนุมัติเนินคดี ด้านครูอ๋อง ปฏิเสธแต่การให้การของครูอ๋องเกี่ยวพันกับขบวนการต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์พอสมควร มีรับบางข้อกล่าวหาเช่น กรณีเป็นคนนำนายสับมา ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กับรูปคดี ที่นำมาเพราะเชื่อว่า นายสับ เป็นคนขับรถจริง การว่าจ้างนายสับเป็นเรื่องที่ว่า นายสับ ไม่อยากเข้ามายุ่ง จากคำให้การ เห็นว่า นายสับไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดี เลยต้องว่าจ้าง เสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเดินทางเพื่อที่จะมาเป็นผู้ต้องหาในคดีให้ เงิน 170,000 รับว่า เป็นของผู้ต้องหา
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของทางกระทรวงยุติธรรม ภายใน 1-2 วัน จะทำหนังสือถึงปลัดกระทรวง เรียกเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อในคำสั่ง มาให้ปากคำกับตำรวจ ว่ามีหน้าที่อะไร ได้รับคำร้อง ดำเนินการอะไรบ้าง ที่ไหนเมื่อไหร่ ให้ชัดเจน ว่าอยู่ในกรอบของกฎหมายหรือไม่ สอบทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดี เบื้องต้นมีทั้งหมด 2 คำสั่ง กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งมา 2 ชุด ประมาณ 14 คน จะเชิญมาสอบที่ขอนแก่น ในวันที่ 30 พ.ย. เรียกมาให้ข้อมูลในฐานะผู้ปฏิบัติไม่ได้เป็นผู้กล่าวหา หรืออะไรทั้งสิ้น ในฐานะเจ้าหน้าที่ๆ ปฏิบัติงานในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนไปยื่นหนังสือที่ปลัดกระทรวงฯ ตามสายงาน รอการสอบสวนให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย มีเหตุผล ทำหน้าที่ของตนเอง เป็นประเด็นว่า ได้รับคำสั่งจากใคร เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง เป็นศูนย์รับคำร้องจากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่อยู่ในกระทรวงยุติธรรม เป็นหน้าที่ ทำอะไรบ้าง ที่ไหน ต้องมีการสอบสวนให้ชัดเจน ตำรวจก็ทำตามกฎหมาย หน้าที่ มีหน้าแล้วไม่ทำก็ผิดกฎหมายได้ รอการสอบสวนให้ชัดเจน

