นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปรับสภาพแวดล้อมและระบบขนส่งมวลชนที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ เพื่อพิจารณาแผนการการปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ที่กระทรวง พม. สะพานขาว ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบอารยสถาปัตย์ เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ซึ่งขณะนี้ก้าวหน้าไปร้อยละ 80 แล้ว และจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายนนี้ รวมถึงรับทราบความคืบหน้าโครงการสร้างชุมชนต้นแบบที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของทุกคน นำร่อง 10 จังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2558 เช่น พิษณุโลก นครพนม ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต พบว่าท้องถิ่นและภาคเอกชนเริ่มให้การสนับสนุน เช่น บริษัท ปตท.ที่เตรียมจะปรับสภาพสถานีบริการน้ำมัน 100 แห่งใน 10 จังหวัดดังกล่าวให้เอื้อต่อคนพิการ เช่น ทางลาดในห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อ
นายไมตรีกล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2559 ที่จะขยายโครงการสร้างชุมชนต้นแบบอีก 22 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง อุทัยธานี กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุโขทัย ชัยภูมิ บึงกาฬ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร เลย อุบลราชธานี นครนายก นครปฐม ปราจีนบุรี สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี ที่ประชุมเห็นว่าควรถอดบทเรียน 10 จังหวัดนำร่องข้างต้น พร้อมจัดทำรูปแบบว่าจะวางน้ำหนักการขับเคลื่อน โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้ให้ความสำคัญและรับจะเป็นหัวโต๊ะขับเคลื่อนเรื่องนี้ และเร็วๆ นี้ รมว.พม.เตรียมเชิญภาคเอกชนมาหารือเรื่องการขับเคลื่อนการจ้างงานผู้พิการ เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจต้องถูกอายัดทรัพย์ จากรณีจ้างงานคนพิการไม่เป็นไปตามกฎหมาย
ส่วนความคืบหน้ากรณี กทม.ต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้ง 23 สถานี ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 โดยให้เวลา 1 ปีนั้น นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวว่า กทม.ขอเวลาถึงเดือนกันยายน 2559 แต่จะเริ่มเสร็จเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

