วันที่ 28 พฤศจิกายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เปิดเผยว่า ได้เข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าคดี ที่เมื่อปี 2557 ที่ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เข้าไปตรวจค้นบ้านนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง แล้วพบไม้ ทั้งไม้พะยูง ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้มะค่า และไม้ชิงชัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 กว่าแผ่น คิดเป็น 14 คิวบิกเมตร หรือราว 6 คันรถบรรทุก 6 ล้อ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดย กอ.รมน.และชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรได้ยึดไม้ทั้งหมดเอาไว้นั้น ล่าสุดเพิ่งได้รับทราบว่า ไม้ที่ยึดมาทั้งหมดนั้น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่เพิ่งจะมาแจ้งความดำเนินคดีเมื่อปี 2559 นี้เอง

“ที่สำคัญ และทำให้พวกเรางงมากก็คือ จากไม้กว่า 500 แผ่นที่จับมาได้ รวมทั้งไม้พะยูงและไม้ชิงชันที่เป็นไม้หวงห้ามนั้น เจ้าหน้าที่นำไปคืนเจ้าของไม้ คือ นายสุริยา หรือครูอ๋องเกือบทั้งหมดเหลือไว้แค่ 18 แผ่น หรือแค่ 0.8 คิวบิกเมตร ที่เป็นไม้มะค่า อ้างว่า เมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่าไม้ทั้งหมดเป็นไม้ที่ตัดมาจากที่หัวไร่ปลายนา หรือที่ของนายสุริยาเอง ในบันทึกการส่งไม้คืนก็ไม่มีความชัดเจนอะไรทั้งสิ้น ไม้ถูกจับเมื่อปี 2557 ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานมาจนถึงปี 2559 แล้วจึงฟ้องร้องดำเนินคดี มันมีความพิรุธไม่ชอบมาพากลหลายอย่างมาก”นายชีวะภาพ กล่าว
นายชีวะภาพ กล่าวว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้รับทราบเรื่องนี้แล้ว ได้รับคำสั่งให้ตามต่อเรื่องนี้ เพื่อหาคนกระทำผิดมารับโทษให้ได้ เพราะมั่นใจว่า การส่งไม้ของกลางคืนเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องแน่นอน และต้องมีคนของกรมป่าไม้ในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องชัดเจน
นายชีวะภาพ กล่าวว่า ขั้นตอนการเข้าไปทำงานของชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรนั้น คล้ายๆกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ คือ เมื่อจับแล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นคนมารับคดีไปดำเนินการต่อ แต่ไม่คิดว่า กรณีนี้ เรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า ไม้พะยูงจำนวนมากมาย วางแผนสืบหากันมานานสุดท้ายเอาไม้คืนให้เจ้าของ
“ผมได้รับรายงานเรื่องนี้ตอนกลางคืน ยอมรับว่านอนไม่หลับเลย โกรธมาก โกรธที่เจ้าหน้าที่ของเราไปมีส่วนรู้เห็น ปกติแล้ว การตรวจสอบไม้ของกลางจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบร่วมกัน 3 คน แต่จากเอกสารการตรวจสอบพบว่า มีเจ้าหน้าที่แค่คนเดียวเท่านั้น บอกว่าเป็นไม้ที่ถูกต้อง ส่วนที่ไม่ถูกต้องมีจำนวน 18 แผ่น แต่การทำเรื่องแจ้งความก็ไม่มีความชัดเจนอะไรทั้งสิ้น”นายชีวะภาพ กล่าว

เมื่อถามว่า คดีนี้นายสุริยา คือ เจ้าของไม้ใช่หรือไม่ นายชีวะภาพ กล่าวว่า ใช่ แต่ตอนที่จับได้ และนำไปส่งสถานีตำรวจภูธร อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะนายสุริยาเอามวลชนมากดดันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.คำชะอี ตอนนั้นขอให้ลงแค่บันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน
เมื่อถามว่า ขณะนั้นนายสุริยามีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง นายชีวะภาพ กล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นบ้านนายสุริยามีท่าทีโวยวายกับเจ้าหน้าที่อย่างมาก ยิ่งเมื่อรู้ว่า จะต้องถูกแจ้งความดำเนินคดี ก็เริ่มโทรศัพท์หาผู้ใหญ่คนนั้นคนนี้หลายคน แต่ตนไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง เมื่อนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจก็มีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นสมาชิกสภาจังหวัด(ส.จ.)คนหนึ่งเดินทางมาพบ มาคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายสุริยา ก็ขอตัวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อในบ้านพักรองผู้กำกับคนหนึ่ง และจากนั้นก็มีกระบวนการกดดันจนกระทั่งแจ้งความไม่ได้ ได้แค่ลงบันทึกประจำวัน

