รวบแก๊งตุ๋นขายที่ดินย่านบางกะปิ เชิดเงินมัดจำหนี 19 ล้าน ตามจับอีก 2

29.11.17 | 14:11 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเชิด รรทผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก1 บก.ป. จับกุมตัว นายนบดี รักช่วย อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/14 ม.4 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. และ นายวิวัฒ ทักขพาณิชย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ถ.ขุนราม ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา วันที่ 22 สิงหาคม ข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม,ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมของกลาง หลักฐานการเปิดบัญชีธนาคารของนายวิวัฒ , ใบนำฝากเงินธนาคาร ,เอกสารในการซื้อขายที่ดิน โดยผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนหมายเลข 347 ม.8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. หลังถูกกลุ่มคนร้ายหลอกขายที่ดินย่านบางกระปิ ในราคาเกือบ 100 ล้านบาท โดยตกลงจ่ายค่ามัดจำเป็นเงิน 19 ล้านบาท ต่อมาพบว่ากลุ่มคนร้ายไม่ใช่เจ้าของที่ดินตัวจริง จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ช่วยติดตามคดี จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่าพฤติกรรมคนร้ายกลุ่มนี้มี 4 คน โดยทำทีเข้ามาเสนอขายที่ดินพร้อมนำสำเนาโฉนดที่ดินมาให้ผู้เสียหายดูเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เมื่อตกลงซื้อขายเรียบร้อยจ่ายเงินมัดจำกลุ่มคนร้ายก็เงียบหายไป

พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เสียหายซึ่งจ่ายค่ามัดจำเป็นเช็คเงินสด จำนวน 19 ล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนไปยังบัญชีนายวิวัฒ ส่วนสำเนาโฉนดที่ดินที่กลุ่มคนร้ายเอามาแอบอ้างตรวจสอบแล้วพบว่ามีที่ดินอยู่จริงแต่ทางเจ้าของนั้นขายไปแล้วอีกทั้งเจ้าของที่ตัวจริงก็ไม่ทราบว่าสำเนาโฉนดไปอยู่กับคนร้ายได้อย่างไร นอกจากนี้ยังพบว่าหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ปลอมบัตรประชาชนขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป็นชื่อเดียวกับโฉนดที่ดินดังกล่าวและทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามผู้ต้องหาที่เหลือ

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การภาคเสธ โดยนายวิวัฒอ้างว่านายนบดีเป็นคนชักชวนให้เปิดบัญชีเพื่อเพื่อโอนเงินในการซื้อขายที่ดิน ซึ่งได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 3 แสนบาท ส่วนในเรื่องการหลอกซื้อขายที่ดินไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนจะควบคุมตัวส่งศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าได้จับกุมตัว นายเชวงศักดิ์ จรเสมอ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามยังเหลือผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย เป็นผู้หญิงทั้งคู่และเป็นผู้ที่ปลอมชื่อในบัตรประชาชนให้ตรงกับชื่อในโฉนดที่ดินที่ยังหลบหนี โดยขณะนี้ถูกออกหมายจับไว้แล้ว

Advertisement