เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุม นายธีรศักดิ์ หรือตู่ จันทร์ทอง อายุ 34 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมยาบ้า 70 เม็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 757/2546 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2546 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น และหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 378/2554 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ โดยจับกุมได้กลางซอยหลวงแพ่ง 8 หมู่ 12 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

หลังสืบทราบว่านายธีรศักดิ์ เป็นมือปืนรับจ้าง เคยก่อคดีฆ่าผู้อื่นมาแล้ว 2 คดี คดีแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2546 ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงนายวรายุทธ หอมหวน และนายระพีพจน์ เอียดช่วย ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ริมถนน ใน ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเหตุให้นายวรายุทธ เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ ส่วนนายระพีพจน์ บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง กระทั่งต่อมาช่วงประมาณเดือน กันยายน2554 ผู้ต้องหาพร้อมพวกอีก 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนตามประกบยิง นายวีระ เอ่งฉ้วน อายุ 39 ปี เจ้าของสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันและเจ้าของร้านรับซื้อเศษยางพารารายใหญ่ ใน อ.ลำทับ จ.กระบี่ และเป็นญาติใกล้ชิด นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านรับซื้อยางดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ 1 ราย คงเหลือผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุม ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในซอยหลวงแพ่ง 8 หมู่ 12 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังไปติดตามจับกุม พร้อมขยายผลตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในห้องนายธีรศักดิ์ อีกจำนวน 70 เม็ด

สอบสวนนายธีรศักดิ์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุยิงนายวรายุทธ และนายระพีพจน์ เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อปี 2546 จริง เนื่องจากเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันมาก่อน และเจ็บแค้นที่กลุ่มผู้เสียชีวิตเคยนำมีดมาไล่ฟันจึงกลับไปเอาอาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนคดียิงนายวีระ เมื่อปี 2554 ยอมรับว่าร่วมกับพวกก่อเหตุจริง โดยรับจ้างจากเพื่อนสนิทในจำนวนเงิน 3 หมื่นบาท ให้ช่วยลงมือก่อเหตุ โดยทำหน้าที่เป็นคนขับรถ ส่วนเพื่อนสนิทลงมือยิงเอง แต่ระหว่างนั้นเห็นว่านายวีระ ยังไม่เสียชีวิตจึงลงไปยิงซ้ำอีกที หลังเกิดเหตุตนยังได้เงินค่าจ้างไม่ครบ เนื่องจากได้รับในลักษณะของการผ่อนจ่ายครั้งละ 2,000-3,000 บาท จนถึงตอนนี้เพิ่งได้เงินเพียง 10,000 บาทเท่านั้น กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ พร้อมแจ้งข้อเพิ่มฐานมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

