เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) แถลงข่าวกรณีถูกร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรมูลนิธิกู้ชีพภัย จากการออกประกาศมาตรฐานหน่วยกู้ชีพ ซึ่งมีการแชร์กันในสังคมออนไลน์ว่า ประกาศดังกล่าวควบคุมเกินไป โดยให้มีการอบรมและเสียค่าใช้จ่าย และอีกหลายกรณี ว่า คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(บอร์ด กพฉ.) ออกประกาศเรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแพทย์ฉุนเฉิน เรื่องหน่วยปฏิบัติการฉุนเฉินการแพทย์พ.ศ.2560” โดยมีมติออกประกาศเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน2560 โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คาดว่าจะมีผลในช่วงกลางปีหน้า จะมีผลต่อหน่อยปฏิบัติการฉุนเฉินที่จะเกิดขึ้นใหม่ หน่วยปฏิบัติงานเดิมที่มีอยู่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ โดยประกาศมุ่งเน้นเพื่อให้การคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุนเฉิน และผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน และขอย้ำว่าที่มีการแชร์กันในโซเชียลฯว่า ประกาศนี้หากไม่ผ่านการอบรมกับทาง สพฉ. จะไม่สามารถช่วยชีวิตเบื้องต้นหรือการทำซีพีอาร์ได้นั้น ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะจริงๆแล้วการทำซีพีอาร์ ประชาชนทั่วไปก็ทำได้ ซึ่งสพฉ.ก็มีการรณรงค์เรื่องนี้อยู่ แต่ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีการขึ้นทะเบียน ก็ต้องมีการอบรมเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการอบรมต้องเสียค่าใช้จ่าย ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า การอบรมก็เป็นการยกระดับ และหากมีคนบอกว่าไม่อยากอบรม เพราะต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วเหมาะสมหรือไม่ เพราะการยกระดับก็เป็นการพัฒนาตนเอง ซึ่งในส่วนของการช่วยชีวิตเบื้องต้น หรือการทำซีพีอาร์ รวมไปถึงการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ หรือเออีดีนั้น ก็ทำได้อยู่แล้ว เพราะประชาชนทั่วไปก็ทำได้ จึงอยากให้มีการสื่อสารให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อน
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวอีกว่า สำหรับประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้ อาทิ ข้อ 4 ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับ มีความหมายว่า ยังส่งเสริมให้ประชาชนทำงานเป็นจิตอาสา คือ เมื่อประชาชนเห็นใครเจ็บป่วยเดือดร้อนยังสามารถช่วยเหลือได้ ไม่ได้ไปจำกัดการช่วยแต่อย่างใด การช่วยเหลือนั้นจะต้องไม่เกินขอบเขตของประชาชนหรือแค่ปฐมพยาบาลได้เท่านั้น ที่สำคัญต้องไม่หวังสินจ้างรางวัล และประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้ไปบังคับการกู้ภัย เพราะถ้าเป็นการกู้ภัยจะมีกฎมายพรบ.อีกตัวหนึ่งดูแลอยู่ ดังนั้นประกาศฉบับนี้จะจึงไม่บังคับต่อการปฐมพยาบาลและการกู้ภัย แต่จะบังคับต่อการกู้ชีพ

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวต่อว่า กรณีเรื่องรถฉุกเฉินนั้น ตามประกาศข้อ 9 รถปฏิบัติการฉุนเฉินจะต้องมีไฟสี แดงน้ำเงิน รถปฏิบัติการฉุกเฉินที่ขึ้นทะเบียนภายหลังประกาศนี้ให้ใช้สีเหลืองฉุนเฉินการแพทย์หรือที่ประชาชนเรียกว่าสีเหลืองมะนาวเป็นหลัก แต่รถปฏิบัติการฉุกเฉินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการบังคับให้เปลี่ยนสีแต่อย่างใด หากจะเปลี่ยนตามความสมัครใจก็สามารถทำได้ หรือรถปฏิบัติการฉุกเฉินเดิมที่ใช้อาจจะมีสีเดิมแต่มาติดสติ๊กเกอร์สีเหลืองมะนาวเพิ่มเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็สามารถทำได้ จึงขอย้ำว่า การออกประกาศดังกล่าวเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน ส่วนในเรื่องของการอบรมผู้ปฏิบัติการนั้นที่ผ่านมามีการอบรมเพียง 24 ชั่วโมงก็สามารถออกปฏิบัติการได้เลย และใบรับรองนั้นสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต แต่ต่อไปนี้จะมีการเปลี่ยนให้มีการอบรมเป็น 40 ชั่วโมง และมีการเก็บเคส มีการอบรมเพื่อต่อใบรับรองทุก 3 ปี เพราะแม้กระทั่งหมอหรือพยาบาลเองก็ต้องมีการประเมินการทำงานเพื่อให้มีมาตฐานต่อเนื่อง
เลขาธิการสพฉ. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มคนนั้นรวมตัวกันออกมาขับไล่ตนให้พ้นต่อหน้าที่เลขาธิการนั้น ตนเองก็เพิ่งเห็นภาพ เรียนด้วยความเคารพว่า ตนก็เป็นจิตอาสาคนหนึ่งที่รักงานการแพทย์ฉุนเฉิน และลาออกจากรพ.เอกชนมาทำงานตรงนี้ อยากจะบอกว่าตนนั้นมีความตั้งใจที่จะมาช่วยประชาชน อยากให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตเพิ่มขึ้น และเข้าใจว่าผู้ปฏิบัติการเองก็ต้องการให้มีความคุ้มครอง ตนก็จะมาช่วยการคุ้มครองผู้ปฏิบัติการเหล่านั้น

