‘อดีตนักเพาะกาย’รับผิดเมาขาดสติฉุนเฉียว ไหว้ขอโทษ’ด.ต.’ โดนคุก 2 ปี แต่รอลงอาญา-ปรับ 6 หมื่น

30.11.17 | 15:21 น.

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปนายเมฆินทร์ อายุวัฒนมงคล อายุ 34 ปี อดีตนักกีฬาเพาะกาย กีฬาแห่งชาติเมื่อปี 2553 ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ไม่สวมหมวกกันน็อก ต่อว่าและท้าทายตำรวจจราจรสน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในป้อมจราจรสี่แยกศาลาแดง ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน โดยตรวจวัดแอลกอฮอล์พบมีปริมาณสูงถึง 213 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกนำตัวมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร และ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เดินทางมาให้กำลังใจ ด.ต.ปวิช บุญมาสูงทรง ผบ.หมู่ (จร.) สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ประสบเหตุ พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มกับ นายเมฆินทร์ รวม 7 ข้อหา ประกอบด้วย ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ขับรถในขณะเมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่จัดให้ผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย เปลี่ยนแปลงปิดบังป้ายทะเบียน ทำให้เกิดเสียงโดยไม่มีเหตุอันควร และบุกรุกเข้าไปในห้องควบคุมสัญญาณไฟจราจร เป็นพื้นที่ห้ามซึ่งไม่ใช่สถานที่บริการประชาชน

พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากคลิปดังกล่าว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้กำลังใจ ด.ต.ปวิช ชื่นชมที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใจเย็น สุภาพ อดทนต่อคำพูดเหยียดหยาม ไม่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ภายในคลิปมีการใช้วิทยุเรียกสายตรวจเข้ามาระงับเหตุ จึงทำให้ไม่มีเหตุบานปลาย ตามหลักยุทธวิธีอย่างถูกต้อง คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก ทั้งการบุกรุกเข้าไปในป้อมจราจร เป็นพื้นที่หวงห้าม เพราะหากมีบุคคลเข้าไปกดเครื่องควบคุมสัญญาณไฟจราจร อาจเกิดอันตรายส่งผลกระทบต่อการจราจรให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่รถบนถนน นอกจากนี้ในช่วงท้ายคลิปนายเมฆินทร์ ได้โทรศัพท์ ไปหาบุคคลอ้างชื่อ เกียรติ นั้นจากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าตำรวจ แต่เป็นบุคคลที่นายเมฆินทร์ เคารพนับถือเป็นพี่ชาย รวมทั้งบุคคลดังกล่าวได้ช่วยพูดคุยให้นายเมฆินทร์ ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ส่วนสารเสพติดตรวจแล้วไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม

Advertisement

ด้าน ด.ต.ปวิช กล่าวว่า ขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนที่มีรถติดขัด กระทั่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ขี่มาจอดหน้าป้อม โดยไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขี่และคนซ้อน จึงออกมานอกป้อมขอใบขับขี่อย่างสุภาพ แต่คนขี่ตอบโต้กลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย ประกอบกับจังหวะนั้นเป็นช่วงสลับสัญญาณไฟจราจรจึงกลับเข้าไปในป้อม จากการพูดคุยรู้ได้ทันทีว่าชายคนดังกล่าวมีอาการเมาสุรา และแสดงท่าทีไม่สุภาพ จึงวิทยุเรียกสายตรวจมา อย่างไรก็ตามคลิปดังกล่าวตนเป็นคนถ่ายเอง เนื่องจากปัจจุบันมีสังคมโซเชียลและประชาชนที่จับตาการทำงานของตำรวจ ตนจึงต้องถ่ายคลิปเพื่อป้องกันตัวด้วย

ขณะที่ นายเมฆินทร์ ให้การว่า ทำงานอยู่ย่านสีลม หลังเลิกงานจึงดื่มสุราและเบียร์ แล้วไปต่อที่บ้านคนรู้จัก จนถึงเวลาประมาณ 06.00 น. จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมากระทั่งเกิดเหตุ ยอมรับว่าเมามากจนขาดสติ และมีอารมณ์โมโหที่ถูกเรียกตรวจใบขับขี่ จึงพูดจาและใช้ท่าทางไม่เหมาะสมออกไป ทั้งนี้ยอมรับข้อกล่าวหาทั้ง 7 ข้อหา จึงอยากเตือนคนอื่นว่า ไม่ควรดื่มสุราจนขาดสติ และเมาไม่ควรขับรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมฆินทร์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ด.ต.ปวิช ทั้งนี้ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายเมฆินทร์ ส่งฟ้องศาลแขวงปทุมวัน ทันที

ต่อมา ที่ศาลแขวงปทุมวัน ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามฟ้อง ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43(2) , 122 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 148 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 160 ตรี , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 , 370 และ พ.ร.บ.รถยนต์ฯ มาตรา 5(4) , 11 , 60 ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จึงพิพากษา ให้จำคุก 2 เดือนปรับ 6,000 บาท ฐานขับรถขณะเมาสุรา , จำคุก 2 เดือนปรับ 2,000 บาทฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ , ปรับ 400 บาทฐานไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ , ปรับ 800 บาทฐานขี่รถจักรยานยนต์ขณะผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย , ปรับ 2,000 บาทฐานไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียนให้ครบถ้วน และปรับ 800 บาทฐานทำให้เกิดเสียงดังฯ รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 4 เดือนและปรับรวม 12,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงจำคุก 2 เดือนและปรับ 60,000 บาท และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แล้วจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษ2 ปีโดยให้คุมประพฤติจำเลยด้วย ให้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ทุก3 เดือน ในเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำงานบริการสังคมตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมงภายในกำหนด 1 ปี รวมทั้งให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วยมีกำหนด 6 เดือน