วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ป. จับกุมนายพุธวัลย์ ศรีสวรรค์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 6 ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพิษณุโลก วันที่ 9 มิถุนายน 2560 ข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และ น.ส.พิจิตรา หล้าประเสริฐ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 5 ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด วันที่ 27 เมษายน 2560 ข้อหา “ยักยอก” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 384 หมู่บ้านพัชราภรณ์ หมู่ 18 ซอยสุขสวัสดิ์ 62/2 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นสามี-ภรรยากัน เป็นนายหน้ารับจำนำรถยนต์ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะรับซื้อรถที่หลุดจำนำหรือรถที่ได้มาแบบผิดกฎหมาย จากนั้นจะนำรถไปส่งให้กับนายทุนใหญ่ในพื้นที่ ได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ราคารถ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมนำเอาชื่อบุคคลอื่นไปดาวน์รถยนต์ออกมาแล้วนำไปขายต่อ ทั้งนี้ น.ส.พิจิตรายังเป็นที่รู้จักในวงการรถหลุดจำนำบ่อนในฉายา “ปรายแม่สอด” อีกด้วย สำหรับรถที่ถูกขาย นายทุนใหญ่จะส่งออกตามช่องทางธรรมชาติไปขายในประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการรถสูง ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองทราบว่าถูกออกหมายจับจึงได้หลบหนีออกจากพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มาซ่อนตัวอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ จนกระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้นำรถที่ดาวน์มาแล้วเอาไปขายให้กับนายทุนจริง พนักงานสอบสวนจึงได้ควบคุมตัวนายพุธวัลย์ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิษณุโลก ส่วน น.ส.พิจิตรานำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองแม่สอด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่านายพุธวัลย์ยังมีหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชรในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์” และ น.ส.พิจิตรามีหมายจับศาลจังหวัดแม่สอดอีก 10 หมาย ในข้อหายักยอกทรัพย์, พ.ร.บ.เช็ค, ฉ้อโกง และหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชรในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์”

