เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ธันวาคม 2560 นายปัญญา ทองคำ อายุ 51 ปี ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่าถูกนายกอบต.รายหนึ่งพร้อมพวกรวม 4 คนรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านแหลม แต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่
สอบถามนายปัญญาเล่าว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 17.00 น. ตนได้ขับรถยนต์ผ่านถนนสายบ้านแหลม-วัดเขาตะเครา พบเห็นบริเวณทางแยกซุ้มประตูเข้าวัดมีกอต้นดาวเรืองสูงประมาณ 150 ซม.จำนวนกว่า 20 ต้น วางอยู่บริเวณเกาะกลางถนน บังตาผู้ใช้รถผ่านไปมามองไม่เห็นรถวิ่งเลี้ยวหรือสวนทาง ตนเกรงจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถที่ผ่านไปมาจึงจอดรถและลงไปนำต้นดาวเรืองทั้งหมดวางขนานลงกับพื้น จากนั้นได้ขับรถไปนั่งคุยที่บ้านนายวิชาญ ซึ่งห่างออกไปประมาณ 1 กม.
ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น.ได้มีรถกระบะโตโยต้าวีโก้ 4 ประตูสีเขียวอ่อนมาจอดหน้าบ้านนายวิชาญ มีชาย 4 คนเดินลงมาจากรถ จำได้คือนายก อบต.เเละรองประธานสภา อบต. เมื่อเข้ามาถึง นายก อบต.ได้ถามว่าตนชื่อปัญญาหรือไม่ เมื่อตนตอบรับ นายก อบต.คนดังกล่าวได้ใช้มือขวาต่อยเข้าที่เบ้าตาซ้ายของตนอย่างแรงจนแว่นที่ตนสวมใส่หลุดกระเด็น
จากนั้นรองประธานสภา อบต.ได้ทุบเข้าที่ศีรษะและจับยึดมือตนไพล่หลังก่อนจะลงมือทำร้ายซ้ำ โดยพวกอีก 2 คนยืนคุมเชิงไม่ให้นายวิชาญเข้าช่วยเหลือ จากนั้นได้ด่าทอว่าตนที่ไปจับวางต้นดาวเรืองโดยไม่ได้ขออนุญาตนานกว่า 1 ชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายไป
“ช่วงแรกไม่คิดจะแจ้งความ แต่อาการบาดเจ็บที่ตามากขึ้นเรื่อยๆ มีอาการมึนงง ตาพร่า แสบตา มองภาพไม่ชัด จึงไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรีตรวจอาการ พบเส้นเลือดนัยน์ตาขาวและในนัยน์ตาดำแตก แพทย์บอกว่าอาจก่อให้เกิดอาการต้อและนัยน์ตาอาจบอด ประกอบกับหลังเกิดเหตุนายก อบต.และพวกไม่แสดงความรู้สึกผิด ไม่ขอโทษหรือสอบถามอาการ เหตุดังกล่าวผู้เป็นผู้นำชุมชนไม่สมควรกระทำ และเกรงว่าจะลุแก่อำนาจไปลงมือกับผู้อื่น จึงเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บ้านแหลม เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา”
ต่อมานายปัญญาและนายวิชาญได้ตัดสินใจเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รทท.ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ.มนตรี ด้วงรักษา รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ร้องขอให้ช่วยควบคุมเร่งรัดการดำเนินคดี เนื่องจากตนเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่คู่กรณีเป็นถึงนายก อบต. และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอยืนยันจะดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เบื้องต้น พ.ต.อ.วิศาลรับจะเร่งดำเนินการ โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

