วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายบุญสี รุ่งเรือง อายุ 65 ปี ว่าบุตรชายคือนายคะนองเมฆ รุ่งเรือง อายุ 26 ปี ถูกเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ไล่ยิงและจ่อยิงที่บริเวณไหปลาร้าด้านขวากระสุนฝังในปอด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่
นายบุญสี รุ่งเรือง เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ว่าจ้างรถสีข้าวให้ไปสีข้าวอยู่ที่ทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กม. โดยมีบุตรชายและเพื่อนบ้านอีกหลายคนไปช่วย ต่อมาขณะที่กำลังสีข้าวอยู่นั้นมีกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ของอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี นั่งมาในรถกระบะ 4 คัน จากการนำโดยนายอภิชัย พลเสน ปลัดอำเภอตระการพืชผล ฝ่ายความมั่นคง เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่มาถึงได้กระจายกำลังกันปิดล้อมบริเวณที่กำลังสีข้าวอยู่ พร้อมสั่งให้ทุกคนอยู่ในความสงบเพื่อขอตรวจค้น
“แต่บุตรชายคือนายคะนองเมฆ รุ่งเรือง ได้วิ่งหนี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน 2 คนได้วิ่งไล่ติดตามพร้อมกับยิงปืนเข้าใส่ดังสนั่นกลางทุ่งนา เมื่อบุตรชายวิ่งไปถึงที่บริเวณรั้วลวดหนาม เจ้าหน้าที่ อส.ก็ได้วิ่งตามมาทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ อส. 1 ใน 2 คนก็ตรงเข้ากระชากคอเสื้อด้านหลังแล้วสั่งให้บุตรชายนั่งลงแล้วใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงกดเข้าใส่ที่บริเวณไหปลาร้าด้านขวากระสุนฝังในปอดเลือดไหลนองพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนำส่งโรงพยาบาลตระการพืชผลและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จนถึงวันนี้ แพทย์ต้องรอดูอาการ เนื่องจากกระสุนได้เจาะเข้าที่กระดูกไหปลาร้าหัก และหัวกระสุนยังได้ไปฝังอยู่ที่ปอด แพทย์จะต้องผ่าเอาหัวกระสุนที่ฝังอยู่ในปอดออก”
นายบุญสี รุ่งเรือง เล่าต่อว่า ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจค้นเจอยาบ้าจำนวน 28 เม็ดอยู่ในตัวบุตรชาย ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องยอมรับผิด เพราะทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี แต่ติดใจตรงที่เจ้าหน้าที่ อส.ทำเกินกว่าเหตุ ทำไมจะต้องยิงด้วย เพราะทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เห็นว่าบุตรชายไม่ได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด มีแต่วิ่งหนีเพราะกลัวความผิด
“หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตระการพืชผล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ พร้อมกับแจ้งว่าได้แจ้งข้อกล่าวหาบุตรชายว่ามียาบ้าไว้ในครอบครอง ซึ่งก็ยอมรับผิดในข้อหานี้ แต่ที่แปลกใจมากตรงที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาเพิ่มว่าบุตรชายต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งผิดข้อเท็จจริงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก จึงอยากจะร้องขอความเป็นธรรมให้บุตรชาย โดยเตรียมจะยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอให้ตรวจสอบในเรื่องการกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ อส.ในครั้งนี้”
ด้านนายไกรทอง วงศร อายุ 38 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่กำลังช่วยกันสีข้าวอยู่นั้นได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.เข้ามาหลายสิบนาย นั่งมาในรถกระบะ 4 คัน เห็นแต่นายคะนองเมฆวิ่งหนีและก็มีเจ้าหน้าที่ อส.วิ่งไล่ติดตามไปโดยใช้ปืนไล่ยิง ซึ่งในที่เกิดเหตุในวันนั้นก็ไม่ได้มีการต่อสู้ขัดขืนกันแต่อย่างใด มีแต่ อส.วิ่งไล่แล้วยิงปืนใส่ เสียงดังสนั่นเหมือนกับในหนัง จากนั้นก็มาทราบว่านายคะนองเมฆถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ไปจับกุมนายคะนองเมฆ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ พูดแต่เพียงว่า ไม่พูด ไม่คุย ไม่รู้จัก แล้วก็ตัดสาย
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชัยกฤต โชติวรรณ ผกก.สภ.ตระการพืชผล กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชุดจับกุมว่าเป็นการต่อสู้ขัดขวาง โดยผู้ต้องหาแย่งปืนเจ้าหน้าที่ทำให้ปืนลั่นไปถูก ซึ่งอย่างไรก็ตามคงจะต้องสอบพยานผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง

