‘บิ๊กอู๋’ เดินหน้าจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว พร้อมตั้งทีมแก้ปัญหารับส่วยให้เร็วที่สุด

2.12.17 | 15:37 น.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่กระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวมอบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติราชการในปี 2561 ว่า  ตนเพิ่งมา 2 วันคงยังไม่ทราบอะไรเท่าพวกท่าน จึงต้องขอความรู้เพิ่มเติม และขับเคลื่อนด้วยกัน ซึ่งกระทรวงแรงงานเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับสังคม และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้วย โดยประเทศไทยมีประชากรกว่า 65 ล้านคน เป็นแรงงานกำลังทำงานอยู่ประมาณ 38.17 ล้านคน และไม่ได้อยู่ในระบบของการทำงานอยู่ 17 ล้านคน คือ ผู้สูงอายุ แม่บ้าน และยังมีแรงงานต่างด้าวอีกกว่า 3 ล้านคน และมีแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศอีก 4 แสนคน ทั้งถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้าง โดยกลุ่มนี้ส่งเงินกลับประเทศอีกแสนกว่าล้านบาท ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจ  โดยสิ่งที่จะต้องทำ คือ การจัดระเบียบแรงงานให้ถูกต้องตามระเบียบตามกฎหมาย และพวกเขาต้องได้รับการคุ้มครอง ขณะเดียวกันการบังคับแรงงานในประเทศไทย การค้ามนุษย์ต้องไม่มีเด็ดขาด และต้องดำเนินการพัฒนาความสามารถด้านแรงงาน และต้องทำให้คนไทยมีงานทำอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพี่น้องที่ไปทำงานต่างประเทศต้องดูแลพวกเขาให้ดี ไม่ทิ้งพวกเขา ส่วนนายจ้างต้องมีการดูแลลูกจ้างอย่างเป็นธรรม แต่ก็ต้องดูแลให้นายจ้างอยู่ได้ด้วย ทั้งหมด 3 เดือน 6 เดือนต้องเห็นผล

“ที่สำคัญเร่งด่วนคือ การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว มีกฎหมายที่ได้รับการผ่อนผันให้มีเอกสารยืนยันถูกต้องภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,137,294 คน ซึ่งต้องทำให้ได้ โดยเรื่องนี้การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทุกกรมต้องมีส่วนช่วยกันทุกกรม เรียกว่าเป็นงานเร่งด่วนที่สุด ซึ่งหากทำสำเร็จนี่เป็นศักดิ์ศรีของกระทรวง  โดยงานต่างๆ ต้องมีการติดตามประเมินผล แน่นอนว่าอาจยาก แต่หากเรารวมใจเป็นหนึ่งเดียวต้องผ่านพ้น และทำสำเร็จจนได้ และขอย้ำว่าในแผนปฏิบัติการ ท่านต้องทำให้เห็นว่ามันเกิดความสำเร็จเป็นระยะๆ อย่างแรงงานต่างด้าวต้องสำเร็จในวันที่ 31 มีนาคม 2561 หรือเรื่องอื่นๆ ก็ต้องมีกรอบเวลา ต้องให้เห็นภาพการขับเคลื่อน ที่สำคัยต้องรับฟังข้อคิดเห็ฯของสหภาพต่างๆ ทุกภาคส่วน ท่านต้องเปิดรับฟังทั้งหมด” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระทรวงแรงงานจะเน้นการบูรณาการทั้งหมด ไม่ใช่แค่กระทรวงเดียว แต่ต้องร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ทำทำงานแบบประชารัฐ ทั้งภาคเอกชน ประชาชน แบบไตรภาคีด้วย ที่สำคัญต้องมีธรรมาภิบาล เป็นข้าราชการก็ต้องยึดหลักความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความคุ้มค่า หลักความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ถือว่ามีความสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ โดยหลักต้องสร้างความเข้มแข็งในกระทรวงแรงงาน และต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งจากนี้ไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีปัญหารับส่วยหรือนายหน้าที่ยังมีอยู่จะจัดการแก้ปัญหาอย่างไร พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตนจะตั้งทีมขึ้นมาเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วง ตนทราบว่ามีปัญหาอะไร แต่จะทำให้ดีและเห็นผลเร็วที่สุด ไม่ต้องห่วง และใครที่มีเบาะแสเพิ่มเติมส่งมาได้เลย ตนพร้อมจะช่วยเหลือและแก้ปัญหาเหล่านี้

 

Advertisement