อดีต“พระครูกิตติ พัชรคุณ”เจ้าคณะอำเภอชนแดน นอนคุกยาว ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ยืนตามเหตุผลศาลชั้นต้น กลัวหนีอุปสรรคคดี-ยุ่งกับพยานหลักฐานคดีฟอกเงินทอนวัดมากถึง 12 คดี แถม ปปป.ค้านประกัน
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ซ.สีคาม ศาลได้เบิกตัวที่ “พระครูกิตติ พัชรคุณ”หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่“พระครูกิตติ พัชรคุณ” ได้ยื่นอุทธรณ์ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว “พระครูกิตติ พัชรคุณ” ผู้ต้องหาระหว่างการฝากขังครั้งแรก
โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาโดยอ้างว่า ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับสำนวนมูลฐานความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัดอีก 12 คดีจึงเกรงว่าจะหลบหนีและจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมีจำนวนมาก ดังนั้นหากให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงให้ยกคำร้องของผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งยกคำอุทธรณ์การประกันตัวแล้ว ทำให้ “พระครูกิตติ พัชรคุณ” ผู้ต้องหา ต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไปตามระยะการฝากขัง ซึ่งการฝากขังคดีฟอกเงินนี้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สามารถยื่นฝากขังได้ถึง 7 ผัดๆ ละ 12 วัน รวมเวลาทั้งสิ้น 84 วัน ซึ่งระหว่างนี้“พระครูกิตติ พัชรคุณ” ผู้ต้องหา สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ใหม่ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง โดยคดีนี้ พนักงานสอบสวน ปปป. ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคมนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติม และตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมทั้งประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
ขณะที่ครั้งแรกที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว “พระครูกิตติ พัชรคุณ” ผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็เนื่องจากเหตุผลว่า ศาลได้พิจารณาคำร้องฝากขังและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว รวมทั้งคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน แล้วเชื่อว่าหากให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา อาจจะหลบหนี หรือ อาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จึงให้ยกคำร้อง
โดย “พระครูกิตติพัชรคุณ” เจ้าอาวาสวัดลาดแคนั้นถูก ตำรวจ ปปป. อายัดตัวไว้ดำเนินคดีฟอกเงินนี้ ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้นำตัวมาฝากขังครั้งแรกคดีอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีฯ ซึ่ง “พระครูกิตติพัชรคุณ” ถูกจับกุมตามหมายจับในข้อหาอนาจารเด็กภายในวัดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งการฝากขังคดีอนาจารเด็ก “พระครูกิตติพัชรคุณ” ได้ประกันตัวไปโดยศาลตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ขณะที่การสืบสวนสอนสวนเกี่ยวกับเงินทอนวัด พบว่า “พระครูกิตติพัชรคุณ” มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัด 12 คดี ใน 12 วัด ความเสียหาย 28 ล้านบาท โดย ปปป. ได้สรุปสำนวนคดีส่งไปให้ ป.ป.ช. ซึ่งได้มีการส่งต่อคดี 2 สำนวนไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงินแล้ว ซึ่งเบื้องต้น“พระครูกิตติพัชรคุณ” ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

