ปปง.แจงคืนเงิน 4 เหยื่อคดีคอลฯ เป็นขั้นตอนเยียวยาตร.ที่ยับยั้งถอนเงินทัน

5.12.17 | 13:11 น.

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมปปง. ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ โดยเนื้อหาการแถลงข่าวส่วนหนึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้แถลงว่า ที่ผ่านมามีการออกหมายจับผู้กระทำผิดได้ 113 หมายจับ ตามจับได้แล้ว 80 หมายจับ โดยยังมีผู้หลบหนีไปต่างประเทศอีก 7 ราย และยึดเงินของกลางได้กว่า 120 ล้านบาท เบื้องต้นสามารถคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้ 4 ราย ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน สน.คลองตัน ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.สงขลา และจะทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์ นั้น การเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนที่ได้รับความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เข้าใจว่าสามารถขอรับเงินที่ได้รับความเสียหายได้ภายใน 2 สัปดาห์ และโทรศัพท์ผ่านสายด่วน ปปง. 1710 มาสอบถามยังศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ปปง. (ศปก.ปปง.) เป็นจำนวนมาก เพื่อสอบถามเรื่องการขอรับเงินคืนจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน สำนักงาน ปปง. ขอประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้

1.กรณีการคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้ 4 ราย นั้น เป็นกระบวนการของตำรวจ ที่ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเสียหายให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินและ ศปก.ปปง. สามารถประสานธนาคารเพื่อยับยั้งการถอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ในขณะเกิดเหตุในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

2. ปปง. จะประสานการปฏิบัติกับพนักงานสอบสวนของฝ่ายตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของสำนักงาน ปปง. จะใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินในการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และคุ้มครองสิทธิให้กับประชาชนผู้เสียหาย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากมีการประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำนักงาน ปปง. จะเผยแพร่ประกาศดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.amlo.go.th ให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ หากท่านใดมีข้อสงสัย สามารถสอบถามมายัง ศปก.ปปง. สายด่วน ฮอตไลน์ 1710 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ