‘อาคม’ เผย ไทยไม่ได้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่มานาน ก่อรถติด-โครงสร้างพื้นฐานไม่พอ ชูรฟฟ.ความเร็วสูงของรบ.

6.12.17 | 11:25 น.

เมื่อเวลา 9.00น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา จัดงานสัมนาความปลอดภัยทางท้องถนนครั้งที่ 13 ภายใต้เเนวคิด “ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน” โดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐเเละเอกชน


โดยมีนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้เเทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

นายสุธี กล่าวเปิดงานว่า การลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องช่วยกันทุกเครือข่าย ที่จะต้องวางมาตรฐการการเเก้ไขปัญหา ซึ่งหากสามารถสร้างมาตรฐาน สร้างความมีวินัยให้คนไทยทุกคนได้ เชื่อว่าจะเเก้ปัญหาการลดอุบัติเหตุได้อย่างสมบูรณ์

“การจัดงานครั้งนี้มีเครือข่ายเข้ามามากถือเป็นการทำงานเชิงประชารัฐในเชิงการบริหารจัดการ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าถ้าทำงานเชิงบูรณาการเเบบประชารัฐทุกภาคส่วน จะสามารถบรรเทาเเละเเก้ปัญหาบนท้องถนนได้” นายสุธี กล่าว

Advertisement

นายอาคม กล่าวว่า การลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมนั้น ภาพรวมในช่วง 8-10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าสูงมากเนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาให้ช่วง 20 ปีย้อนหลัง เราไม่ได้ลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งล่าสุดเป็นการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เเละเมื่อเราไม่ได้มีการลงทุนก็ทำให้ขีดความสามารถในการเเข่งขันของประเทศในการดึงดูดการลงทุนเข้ามาลดลง เเละเมื่อเราไม่ได้มีการลงทุนก็จะเกิดปัญหารถติด ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ ระบบการเชื่อมต่อของการคมนาคมก็ไม่เชื่อมต่ออย่างสนิท

“ในเรื่องการเชื่อมต่อต้องมองการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ตอนนี้เปิดประชาคมอาเซียนเเล้ว เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการเชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่มอาเซียนร่วมทั้งประเทศจีน ซึ่งโครงการของรัฐบาลคือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงไทยจีน ทั้งหมดเป็นการลงทุนด้านกายภาพซึ่งต้องใช้เงิน เเต่ยังมีการลงทุนอีกประเภทที่ไม่ต้องใช้เงิน คือ การสร้างจิตสำนึก ที่ควรปลูกฝังในระบบการศึกษาด้วย ซึ่งจะสามารถช่วงลดอุบัติเหตุได้” นายอาคมกล่าว

นายเเพทย์ ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงติดอันดับต้นๆ ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยตัวเลขเสียชีวิตจากข้อมูลใบมรณะบัตรเฉลี่ย 14,000-15,000 คนต่อปี และพบยอดผู้เสียชีวิตขยับเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี โดยอุบัติเหตุเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการเเละกลไกอื่นๆ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและมีเเนวทางการลงทุนผ่านเสาหลักต่างๆ ที่สอดคล้องกับทิศทางเเละเป้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน สำหรับกิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีรับทราบทิศทางนโยบายเเล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับการร่วมเเลกเปลี่ยนผ่านกิจกรรมความรู้ทั้งนิทรรศการเเละเวทีสัมนาด้วย

สำหรับการสัมนาความปลอดภัยทางท้องถนนครั้งที่ 13 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม ประกอบด้วยนิทรรศการเเละกิจกรรมเสวนาตั้งเเต่เวลา 8.00-17.00น.