จากกรณีประเทศฟิลิปปินส์สั่งระงับการใช้วัคซีนไข้เลือดออกภายในประเทศ หลังมีข้อมูลวิชาการว่าอาจส่งผลต่อบางเคสทำให้มีอาการรุนแรงยิ่งขึ้น กระทั่งกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในประเทศไทย และรอการประชุมวางแนวทางขององค์การอนามัยโลกก่อนจะพิจารณาทบทวน เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปแล้ว เมื่อปี 2559 จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลวิชาการเพื่อทบทวนการขึ้นทะเบียนไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป็นการวางแผนขั้นตอนที่ไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆ มีตัวอย่างจากประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ซึ่งได้ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนของตนเองไปแล้วราว 7 แสนคน แต่ก็ยังสั่งระงับการใช้วัคซีน ดังนั้น ประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรค (คร.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องดำเนินการมากกว่าการรอประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดย1.ต้องรวบรวบตัวเลขว่าวัคซีนที่มีการขึ้นทะเบียนและมีอยู่ในท้องตลาดมีจำนวนเท่าไร 2.วัคซีนดังกล่าวฉีดไปแล้วในประชาชนจำนวนกี่ราย 3.มีรายงานผู้รับวัคซีนไปแล้วเกิดปฏิกิริยา หรือมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง มีการติดตามหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องหาข้อมูลและเปิดเผยออกมาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือด้วย
“ที่สำคัญควรต้องเรียกผู้ประกอบการที่นำเข้าวัคซีนดังกล่าวมาเพื่อสอบถามว่า จะมีการเฝ้าระวังร่วมกันอย่างไร ซึ่งทางผู้ประกอบการที่นำเข้าก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ต้องรอให้เกิดปัญหา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากรอให้เกิดเคสจะยิ่งรุนแรงมาก เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้แม้จะยังไม่ได้บรรจุในวัคซีนพื้นฐาน แต่มีการใช้ในเอกชน ซึ่งก็ต้องมีการติดตาม ไม่ใช่นิ่งเฉย โดยเฉพาะรัฐต้องออกมาให้ความเชื่อมั่นเรื่องนี้มากกว่าแค่รอการประชุมเท่านั้น” ผศ.ภญ.นิยดากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า วัคซีนชนิดนี้เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนไม่นาน ผศ.ภญ.นิยดากล่าวอีกว่า ช่วงที่มีการขอขึ้นทะเบียนทาง อย.ก็พิจารณาตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่เมื่อมีข้อมูลใหม่ก็ต้องเร่งพิจารณา และทบทวนเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งจริงแล้วไม่ว่ายา หรือวัคซีน จะต้องมีระบบการรายงานอาการไม่พึงประสงค์ทั้งสิ้น ดังนั้น ขอให้กระทรวงสาธารณสุขออกมาแสดงความเชื่อมั่นมากกว่านี้ และทำอะไรให้เป็นระบบ ครูก็มีให้เห็นอย่างฟิลิปปินส์ และขอย้ำว่าวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ณ ขณะนี้ยังไม่ควรมีกระบวนการบรรจุเป็นวัคซีนขั้นพื้นฐาน แต่ทราบมาว่าก่อนหน้านี้มีการผลักดันเรื่องดังกล่าวอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติต้องออกมาให้ข้อมูลด้วย

