เจ้าพ่อ-เจ้าแม่เงินกู้หนาว! ดีเอสไอชงเพิ่มโทษจำคุก พวกเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ15ต่อปี

7.12.17 | 16:13 น.

ดีเอสไอชงแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพิ่มโทษจำคุก คนปล่อยเงินกู้ เรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี  แนะลูกหนี้ต้องให้ลงจำนวนเงินทุกครั้งในสัญญากู้ยืม

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ โฮเต็ล จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เปิดโครงการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพประชาชนด้านกฎหมาย สู่ชุมชนต้นแบบเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ปัญหาหนี้นอกระบบนั้น เป็นปัญหาใหญ่ที่ มีความรุนแรงทั่วทุกภาค ในกรุงเทพฯและชุมชนเมืองจะมีปัญหาการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราและการทวงหนี้ของแก๊งหมวกกันน็อก ที่ใช้วิธีการรุนแรง โดยปัญหาหนี้นอกระบบหนักที่สุดอยู่ในภาคอีสานซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากประชาชนในภาคเกษตรกรรม ที่กู้เงินมาลงทุนหวังจะขายพืชผลเพื่อใช้หนี้แต่เมื่อเกิดปัญหาภัยธรรมชาติไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดจึงถูกยึดบ้านและที่ทำกิน

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาของดีเอสไอได้ใช้รูปแบบขอนแก่นโมเดล เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นหนี้นอกระบบ ถูกเอารัดเอาเปรียบโดยร่วมมือกับกรมสรรพากรประเมินภาษีนายทุนเงินกู้นอกระบบไม่มีรายได้แต่ไม่เคยชำระภาษีเลยเป็นภาระค่าภาษีกว่า 200 ล้านบาท จนนายทุนต้องยอมมาเจรจากับลูกหนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมศึกษาข้อบกพร่องของกฎหมายขายฝาก เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่พบปัญหาลูกหนี้ถูกบังคับให้ลงชื่อในสัญญาขายฝากที่เป็นเพียงกระดาษเปล่า ทำให้ถึงเวลานำเงินมาชำระหนี้  มีเงินไม่เพียงพอที่จะไถ่ถอน เพราะนายทุน ใส่ยอดเงินที่มากกว่าเงินกู้ยืมจริง ควบคู่กับการดำเนินมาตรการของรัฐบาลที่พยายามดึงลูกหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกสินเชื่อรายย่อยจังหวัด “พิโคไฟแนนซ์” วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ให้ความรู้ประชาชน สร้างอาชีพให้มีรายได้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเป็นหนี้นอกระบบอย่างได้ผล

Advertisement

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า สำหรับงานด้านกฎหมาย ได้แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 โดยให้มีบทลงโทษสำหรับผู้ปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 15 ต่อปี) ให้มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท  ส่วนงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย หากเป็นกรณีเจ้าหนี้ผู้มีอิทธิพล รายใหญ่ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าไปสืบสวนสอบสวน และประสานกับกรมสรรพากรเมื่อดำเนินมาตรการทางภาษีอย่างเข้มข้น

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม เพราะลูกหนี้จะถูกเอาเปรียบในเรื่องดอกเบี้ย การทำสัญญา ดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ จัดให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียนทั้งจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีด้วยมาตรการทางอาญา ประกอบการให้ความช่วยทางแพ่ง การพิจารณาช่วยเหลือด้านทนายความตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนยุติธรรม

พ.ต.อ.ไพสิฐยังกล่าวอีกว่า ดีเอสไอได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันควบคู่กัน เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ทั้งยังขาดการสนับสนุนแนวทาง การพัฒนาคุณภาพชีวิต ขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและการทำสัญญา เมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้ถูกบังคับคดีและยึดทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ของประเทศ