‘พล.ท.มนัส’รุดมอบตัวกองปราบฯ คดีอาวุธสงครามแปดริ้ว ‘ศรีวราห์’แจ้งข้อหาครอบครองระเบิด-อั้งยี่

7.12.17 | 18:24 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปที่ศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการพบวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากในท้องที่จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม โดยศาลได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ หรือเปี๊ยก ผลโพธิ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 525/8 ซอยเพิ่มสิน 13 แขวงคลองถนน เขตสายไหม นายสมเจตน์ หรือสน คงวัฒนะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ซอยวิภาวดี 34 แขวงและเขตจตุจักร นายจักรรินทร์ หรือเสธ.ไก่ เรืองศักดิ์วิชิต อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร พล.ท.มนัส หรือเสธ.หยอย เปาริก อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/60 ซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตจตุจักร และนายจักรภพ เพ็ญแข อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555 แขวงและเขตสายไหม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2692-2696 /60 ฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร

ต่อมา เวลา 15.30 น. ที่ บก.ป. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุวัฒน์ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ฝ่ายกฎหมาย คสช. เดินทางมาที่ บก.ป. หลังได้รับการประสานจาก พล.ท.มนัสว่าจะเข้ามามอบตัวกับทางพนักงานสอบสวน บก.ป. โดยทันทีที่ พล.ท.มนัสเดินทางมาถึง คณะพนักงานสอบสวนได้แสดงหมายจับ ซึ่ง พล.ท.มนัสรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปสอบปากคำ

พล.ต.ต.ชยพลกล่าวว่า เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ตรวจพบอาวุธสงครามชนิดต่างๆ ได้ที่บริเวณบ่อบัวริมถนน หมู่ 15 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติสืบสวนจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์และคณะทำงาน สืบสวนพร้อมกับโอนสำนวนคดีจาก สภ.ฉิมพลี มาให้ บก.ป.รับผิดชอบ ประกอบกับ พ.อ.บุรินทร์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ 5 ผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม การสืบสวนสอบสวนพบหลักฐานและพยานบุคคลมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์คดีอาวุธสงครามที่เกิดขึ้นปี 2557-2560 หลายคดีในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ห้วยขวาง ลาดพร้าว บางเขน มีนบุรี กทม. จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ ลาดบัวหลวง อ.วังน้อย จ.ปทุมธานี อ.คลองหลวง และ จ.ฉะเชิงเทรา ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นขบวนการ จนนำไปสู่การที่ศาลพิจารณาออกหมายจับบุคคลทั้ง 5 ราย

Advertisement

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ขณะนี้พบความเชื่อมโยงเพียงแค่ 5 รายเท่านั้น หากพยานหลักฐานถึงบุคคลใดจะดำเนินการทันที เบื้องต้นได้สอบปากคำ พล.ท.มนัสไว้เพื่อประกอบสำนวน โดยทางพนักงานสอบสวนให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนวงเงิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ จากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ประมาท มีการวางมาตรการคุมเข้ม ขอให้พี่น้องประชาชนไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ จับจ่ายใช้สอยให้เต็มที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนเรื่องรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง

ด้าน พ.อ.บุรินทร์กล่าวว่า ในส่วนของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เจ้าหน้าที่พบว่าอยู่กับโครงข่ายแต่ไม่ได้เกี่ยวพันกับอาวุธล็อตนี้ ทางนายวัฒนาได้ประสานขอเข้ามอบตัวและให้การที่เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเดียวกัน ก่อนคุมตัวเข้าโครงการคุ้มครองพยาน นอกจากนี้ นายวัฒนาเคยถูกดำเนินคดีและติดคุกในเรือนจำก่อนจะพ้นโทษออกมา

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับอาวุธสงครามที่พบถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ทั้งหมดพบความเชื่อมโยงกัน โดยกลุ่มแรกระเบิดขว้างสังหารอาร์จีดี-5 จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วย รุ่น 53-891T, 55-891T, 57-891T ถูกค้นพบใน 3 พื้นที่คือ สน.บางนา สน.ราษฎร์บูรณะ สน.คันนายาว สภ.ลาดบัวหลวง รวมของกลางที่พบทั้งหมด 44 ลูก กลุ่มทื่สอง ลูกกระสุน M79 รุ่น LOT1-12 ค้นพบใน 3 พื้นที่คือ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สน.ราษฎร์บูรณะ รวมของกลางที่พบทั้งหมด 91 ลูก และกลุ่มที่สาม ลูกกระสุน M79 รุ่น LOT1-12 ค้นพบใน 3 พื้นที่คือ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สน.ราษฎร์บูรณะ รวมของกลางที่พบทั้งหมด 91 ลูก อย่างไรก็ตาม จากการที่พบอาวุธสงครามในพื้นที่สภ.ฉิมพลี มีความเชื่อมโยงของทั้ง 3 กลุ่มรวมกัน