นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็ก ย้ำวัคซีนเด็งกี่ยังได้ผลดีในเด็กอายุ 9 ขวบ แต่ผู้ไม่เคยรับเชื้อพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 1.4 เท่า แต่ไม่พบความรุนแรง เผยข้อมูลคนไทยเคยติดเชื้อแล้ว 80-90%
วันที่ 8 ธันวาคม 2560 นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวประเทศฟิลิปปินส์สั่งระงับการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเนื่องจากมีผลข้างเคียงทำให้โรครุนแรงขึ้นว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดจากการแปลผิดพลาด ข้อเท็จจริงคือ หลังจากที่มีการฉีดวัคซีนแล้วมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ตัวโรคไม่ได้มีความรุนแรงไปมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยนั้น จากการสอบถามบริษัทที่จำหน่ายวัคซีน ระบุว่าไทยมีการสั่งซื้อมาฉีด 30,000 เข็ม ฉีดไปแล้ว 10,000 เข็ม บางส่วนยังอยู่ในห้องยา
นพ.ทวีกล่าวต่อว่า ส่วนผลการประชุมของผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กร ทั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมควบคุมโรค ศูนย์วัคซีน และกลุ่มหมอเด็กที่มีการใช้วัคซีน เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่า วัคซีนยังคงได้ผลดีสำหรับคนที่เคยติดเชื้อเด็งกี่มาแล้วตั้งแต่อายุ 9 ขวบขึ้นไป โดยลดความเจ็บป่วย ลดความรุนแรง ลดการนอนโรงพยาบาลได้ ส่วนผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนสรุปคร่าวๆ ว่ามีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล 1.4 เท่าของผู้ไม่ได้รับวัคซีน แต่ความรุนแรงของโรคก็ไม่ได้แตกต่างจากคนที่ไม่ได้ฉีดและมีการติดเชื้อมาก่อนแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าเด็กไทยที่อายุ 9 ขวบ เคยติดเชื้อเด็งกี่ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสก่อโรคไข้เลือดออกมาแล้วร้อยละ 80 ส่วนผู้ใหญ่อายุ 20-55 ปี พบว่าเคยมีการติดเชื้อหรือป่วยแล้วร้อยละ 90
นพ.ทวีกล่าวต่อว่า คนที่กำลังฉีดหรือคิดอยากจะฉีด หากได้ประวัติว่าเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนก็ให้ฉีด คนที่ฉีดไปแล้วและไม่รู้ว่าเป็นไข้เลือดออกมาก่อนหรือไม่ ควรต้องปรึกษาแพทย์อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คงไม่มีการนำมาบรรจุเข้าเป็นวัคซีนพื้นฐานของคนไทย เพราะวัคซีนตัวนี้เป็นเพียงวัคซีนเริ่มต้น และยังมีการวิจัยหาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกอีกหลายรุ่น ตอนนี้อย่างน้อยก็มีอยู่ 2 ตัวที่คนไทยมีส่วนร่วมและกำลังสุกงอม ทั้งนี้ เชื่อว่าไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาของประเทศเขตร้อน คาดว่าอีกประมาณ 60 ปีข้างหน้าจะพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัวเพราะโลกร้อนขึ้น ยุงเยอะขึ้น ทั่วโลกจะมีคนเสี่ยงประมาณ 6,000 ล้านคน จากปัจจุบันมีความเสี่ยงอยู่ที่ 3,000 ล้านคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ที่มีการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 4 ธันวาคม 2560 พบผู้ป่วย 28,606 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 43.72 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มที่ป่วยมากสุดอายุ 15-24 ปี พบร้อยละ 24.26 อายุ 10-14 ปี พบร้อยละ 19.34 อายุ 25-34 ปี พบร้อยละ 14.00 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ตาก แม่ฮ่องสอน เพชรบุรี นครศรีธรรมราช และเชียงใหม่ โดยรายภาคพบว่าภาคใต้ป่วยสูงสุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

