วันที่ 8 ธันวาคม 2560 นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่ม 15 แกนนำยางใต้และกลุ่มต้นทางยางพารา ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง นายกรัฐมนตรีเพื่อต้องการบอกถึงความเดือดร้อนที่กำลังได้รับ พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องกับ ครม. (ประยุทธ์ 5) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปแล้ว ยังไม่ทันได้แก้ปัญหา และมีการปรับ ครม.5 ซึ่งเป็นกระทรวงที่แก้ไขปัญหาเรื่องยางพารา ในครั้งนี้ทางกลุ่มได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการบริหารงานที่ผิดพลาดของ กยท.อีกด้วย
ทั้งนี้ ข้อความระบุใจความว่า เรียนรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ถ้าท่านทั้ง 3 มีปณิธานที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหายางด้วยใจสาธารณะจริงๆ ช่วยฟังเสียงจากคนในวงการยางให้ครบถ้วน ทั้งต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง..! กรุณารับข้อมูลให้ครบ อย่าเพิ่งทึกทักเร่งสรุป สุดท้ายปณิธานของท่านก็จะหลุดหล่นหาย..เสียของ
ปัญหาราคาของกลุ่มต้นทาง ตั้งแต่คนกรีด+เจ้าของสวน+ผู้รับซื้อขี้ยางจากชาวสวน+ผู้รับซื้อน้ำยางสดถึงมือชาวสวน+กลุ่มทำแผ่นดิบเอกชนรายย่อย+กลุ่มทำยางแผ่นรมเอกชนรายย่อย พวกเขามีวิถีชีวิตอาชีพที่ต้องเอื้อเฟื้อพึ่งพิงกัน นอกจากสองกลุ่มแรกจะเดือดร้อนเรื่องราคาแล้ว! อีกสี่กลุ่มหลังกำลังจะล้มละลายเพราะประสบกับการขาดทุนจากเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ ขออย่าให้มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจากรัฐเดินหลงทางช่วยเหลือแค่กลางทาง-ปลายทางให้ได้ล้มลงนอนบนฟูก แต่กลุ่มต้นทางยังต้องสาหัสสากรรจ์อยู่เหมือนเดิม!
“วันที่ 6 ธ.ค. 60 ที่ร้านน้ำผึ้งสอง ตลาดจันดี อ.ฉวาง พวกเขาได้สัมมนาหัวข้อความเดือดร้อนและช่องทางแก้เพื่อเสนอท่านเอาไว้แล้ว ดังนั้น ในวันพุธที่ 13 ธ.ค. 60 กรุณาเปิดประตูกระทรวงให้กลุ่มผู้เดือดร้อนเหล่านี้ได้เข้าพบพูดคุยกับท่านเสนาบดีที่ขันอาสาเข้ามาแล้ว..พวกเขาไปกันแน่ เพราะเดือดร้อนครับ ใต้เท้า”
นายมนัสกล่าวว่า ราคาต้นทุนน้ำยางสดที่ค่า Drc 64 บาท เศษยางถึงมือชาวสวน 31 บาท ยางแผ่นดิบผู้ทำ 69 บาท ยางรมผู้ทำ (ราคาอ้างอิงตลาดกลาง) 72 บาท แต่ปัจจุบันวันนี้มันผิดเพี้ยนบิดเบือนคือ น้ำยาง 45 บาท ขี้ยาง 19 บาท แผ่นดิบ 44 บาท แผ่นรม 47 บาท ราคานี้ยึดเอาจากการแถลงข่าวของ 3 รมต.เกษตร (ประยุทธ์ 5) โดยบอกว่าจะพยายามทำให้ราคาพืชผลไม่ต่ำกว่าต้นทุน พวกเรากลัวมาตรการจะออกมาแล้ว อุ้มพ่อค้าที่มียางราคาถูกอยู่ในกำมือ แล้วขายแพงโดยมาตรการของรัฐ “ล้มบนฟูก”

