เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.อมรชัย ลีลาขจรจิตร รองผู้กำกับกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี เตือนภัยและบอกวิธีรับมือหากเกิดเหตุการณ์แฮกสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น ว่า ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์โดนแฮคข้อมูลจากโซเชียลจำนวนมาก คนร้ายมีรูปแบบการแฮกหลายรูปแบบ รูปแบบแรกคือ การแฮกจริง ยึดแอคเคานท์ให้เป็นของตัวเอง โดยคนร้ายเดาพาสเวิร์ดของเจ้าของแอคเคานท์จากข้อมูลทั่วไป เช่น วันเกิด ปีเกิด อายุ เป็นต้น วิธีการแก้ไข คือ ควรตั้งพาสเวิร์ดที่ยากขึ้น มีตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัวเลขสลับกัน หรือจะตั้งเป็นการยืนยันตัวบุคคลก่อนที่จะเข้า เพื่อให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยการให้มีรหัสส่งเข้ามาที่โทรศัพท์ของเราทุกครั้งที่จะเข้าแอคเคานท์ และกรอกรหัสนั้น เพื่อนยืนยันตัวตน ถือเป็นวีธีการป้องกันการโดนแฮกได้มากขึ้น
พ.ต.ท.อมรชัย กล่าวต่อว่า รูปแบบที่สอง คือ การแฮกเพื่อปลอมเป็นผู้อื่น เช่น ดารา ศิลปิน หรือ คนดัง มียอดคนกดติดตามเยอะ คนร้ายจะก็อบรูปภาพ ชื่อ ทำเลียนแบบของจริง ส่วนใหญ่กรณีเช่นนี้ คนร้ายจะปลอมแอคเคานท์เพื่อหลอกล่อผู้อื่น หากพบเห็น สามารถช่วยกันกดรีพอร์ทและรายงานให้ทางเฟซบุ๊กทราบ ทางเฟซบุ๊กจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้ จากกรณีล่าสุดมีการปลอมแอคเคานท์เพื่อหลอกให้ประมูลเพชรออนไลน์ และให้ผู้ที่ประมูลโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้ายเอง จึงทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก คนร้ายส่วนใหญ่จะแฮกข้อมูลเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์
พ.ต.ท.อมรชัย กล่าวอีกว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับตนเอง จะมีวิธีป้องกัน โดยวิธีแรกคือ หากเฟซบุ๊กเราเข้าไม่ได้ ต้องเช็กว่าเราลงทะเบียนด้วยอะไร หากลงด้วยอีเมลล์ ให้ลองเข้าอีเมลล์ดู ถ้าเข้าได้ ให้รีบรีเซ็ทพาสเวิร์ดทันที หรือ วิธีที่สอง เมื่อรู้ว่าโดนแฮกไม่สามารถเข้าเฟซบุ๊ก ให้เพื่อนกดเข้าไปที่โปรไฟล์ของเรา และกดรีพอร์ท แจ้งเพื่อนหรือคนรู้จักทราบว่าเฟซบุ๊กของเราโดนแฮก หากมีคนอื่นมาขอยืมเงิน หรือเปลี่ยนบัญชีการโอนเงิน ให้กดรีพอร์ทหรืออันเฟรนด์ไปเลย ต้องแจ้งให้เจ้าตัวทราบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการ์เช่นนี้ภายหลัง
“ในส่วนของการกระทำผิดเช่นนี้ไม่ว่าคนร้ายจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติต่างประเทศ หากเป็นคนต่างประเทศกฎหมายทำความผิดอยู่ต่างประเทศ ผลเกิดประเทศไทย เราก็สามารถเอาผิดตามกฎหมายไทยได้ แต่ขั้นตอนการสืบสวนจะทำนานมากขึ้น อย่างไรก็ตามอยากเตือนกลุ่มวัยรุ่น ที่ชอบทดสอบแฮกเฟซบุ๊กเพื่อน ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม ถือว่าเป็นคนผิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 200,000 บาท โดยมีหลายข้อหา เช่น เข้าถึงข้อมูลคนอื่นด้วยมิชอบ หลอกลวง นำเข้าข้อมูลเป็นเท็จ ฉ้อโกง หรือ หลอกลวงเป็นผู้อื่น”พ.ต.ท.อมรชัย กล่าว

