วันที่ 8 ธันวาคม ที่ จ.ลำปาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จัดประชุมเตรียมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือปี 2561 โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีทส. กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าประเทศไทยเกิดจากการจุดไฟเผาป่า ไม่ได้เกิดจากการเสียดสีของต้นไม้ หรือสาเหตุอื่นๆ โดยในปีที่ผ่านมา สามารถจับผู้ทำผิดที่เข้าไปจุดไฟเผาป่าได้เกือบ 80 ราย การป้องกันไฟป่า นอกจากการรณรงค์แล้ว ยังต้องใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างเข้มข้นควบคู่กันไปด้วย ในปี 2561 ก็เช่นกัน มาตรการป้องกันไฟป่าก็เข้มข้นมากขึ้น โดยขอให้ช่วยกันประนาม คนที่เผาป่า ทั้งนี้ จังหวัดที่น่าเป็นห่วง เรื่องปัญหาหมอกควันไฟป่า คือ จ.ลำปาง ส่วน จังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน สถานการณ์ดีขึ้น ที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่ ประชาชนไม่ต้องใช้หน้ากากป้องกันกันฝุ่นละอองจากควันไฟ ขณะที่เครื่องบินก็ไม่ต้องดีเลย์ โดยจุดความร้อนในปี 2560 เกิดขึ้น 5,418 จุด น้อยกว่าปี 2559 ที่เกิดขึ้นถึง 10,133 จุด ถือว่าลดลงกว่า 40% ขณะที่ปี 2561 คาดการณ์ว่า จะมีจุดความร้อนเกิดขึ้น ประมาณ 4,448 จุด ซึ่งการคาดการณ์เพื่อการควบคุมไฟป่านั้น ทส.ได้ใช้เทคโนโลยีดาวเทียม ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ(จิสด้า) มาช่วยประเมิน วันต่อวัน ทำให้ สามารถดับไฟได้รวดเร็วขึ้น

รัฐมนตรีทส.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการ นอกจากควบคุมไม่ให้คนเข้าไปจุดไฟเผาป่าแล้ว ยังจับมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ พม่า ลาว เพื่อควบคุมหมอกควันข้ามแดน เพราะ ต้องยอมรับว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา มีปัญหาเรื่องการเผาป่ามากกว่าประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยจะจับมือกับลาวและพม่า จัดกิจกรรมรณรงค์ โดยการปั่นจักรยาน
ด้าน นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่า จากการประสานกับจิสด้า ทำให้ทราบว่า จะมีช่วงเวลาเสี่ยงต่อการเผา 60 วัน โดย จ.ลำพูน กับลำปาง จะเป็น 2 จังหวัดแรก ที่จะมีการเฝ้าระวัง ติดตาม และกำหนด 60 วันห้ามเผา คือตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ถึง 25 มีนาคม ส่วน จ.เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน จะเฝ้าติดตามตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ถึง 15 เมษายน และ จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 22 เมษายน โดยแต่ละจังหวัด ได้คาดการณ์จุดความร้อนคือ เชียงรายประมาณ 1,108 จุด เชียงใหม่ 1,964 จุด น่าน 1,163 จุด พะเยา 365 จุด แพร่ 547 จุด แม่ฮ่องสอน 2,098 จุด ตาก 1,774 จุด ลำปาง 803 จุด และลำพูน 350 จุด ทั้งนี้ คพ.จะสนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ของจังหวัดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะข้อมูลคุณภาพอากาศ จาก 17 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือ และจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ มาตรวจวัดตลอดช่วงวิกฤตหมอกควัน

