จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nuttapong Jitsaguan” โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีชายฉกรรจ์ 2 คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ถืออาวุธปืนและเดินเข้ามาที่อู่ทำสีรถของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยา และฟอกเงิน พร้อมใส่กุญแจมือ ก่อนจะปิดประตูร้าน โดยอ้างว่ามีหลักฐานและหมายค้นแต่ไม่แสดงต่อผู้เสียหายนั้น
ต่อมาศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับในข้อหาร่วมกันบุกรุกยามวิกาล โดยใช้อาวุธปืน แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต กักขังหน่วงเหนี่ยวกับนายวีระชัย ศรีวณิก วรรณึกกุล อายุ 38 ปี หรือหนอ อดีตดารา-นักแสดง นายศิวัช หล่ำศรี อายุ 36 ปี และนายณรงค์ฤทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ 30 ปี บุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิด จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ธันวาคม 2560 ที่ สน.สายไหม ร.ต.อ.รหัสชัย ศรีสุมัง รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว นำนายเกรียงศักดิ์ สาระวดี อายุ 33 ปี อาชีพขับรถตู้โรงแรม ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกชายอ้างตัวเป็น ป.ป.ส. 4 คน กระทำในลักษณะเดียวกันมาชี้ตัวผู้ต้องหา
โดยนายเกรียงศักดิ์เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริเวณปากซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 10 เขตบางเขน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กำลังเข้าบ้านซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 10 กลุ่มผู้ต้องหา 4 คน ใช้รถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์สีดำ จำทะเบียนไม่ได้ และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์เงิน จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นใช้อาวุธปืนจี้ ก่อนจะอุ้มขึ้นรถยนต์แลนด์โรเวอร์แล้วบังคับให้ถอดสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ไอโฟน 7 พลัส เงินสด 10,000 บาทไป ก่อนจะปล่อยตนไป โดยตนจำหน้านายวีระชัยศรีวณิกอดีตดาราได้ เป็นผู้ที่ร่วมก่อเหตุด้วย
ต่อมานายเกรียงศักดิ์ได้เดินเข้าไปภายในห้องควบคุม สน.สายไหม เพื่อชี้ตัวกลุ่มผู้ต้องหา โดยนายเกรียงศักดิ์ยืนยันว่าทั้ง 3 คนคือผู้ก่อเหตุจริง
ด้านนายชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์ ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนลูกความของตน เคารพขั้นตอน ยังมีเรื่องความเข้าใจผิดในบางประเด็น สำหรับการที่ผู้เสียหายและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ยังฟังความข้างเดียว และออกรายการด้วยข้อมูลที่เกินจริงในบางประเด็น จึงอยากให้ระมัดระวัง ส่วนภาพที่ปรากฏในคลิป ลูกความยอมรับว่าใช่ตัวเอง แต่ยังเข้าใจกันผิดในบางประเด็น
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำปืนที่ก่อเหตุไปทิ้งที่สะพานนวลฉวี จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่จะประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องหาปืนของกลางต่อไป

