จับเจ้าของบ.ตุ๋นเหยื่อผู้ประกอบการขนส่ง-เมียหนีกบดานโคราช สูญ 10 ล้าน หมายจับอื้อ

9.12.17 | 12:30 น.

เมื่อวันที่ 9ธันวาคม ที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.อรรณพ รัตนอุบล พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. และพ.ต.ต.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมชุดปฏิบัติการ 1-1 กก.1 บก.ป. ร่วมจับตัว นายวัชรชัย เชษฐราช อายุ 40 ปี น.ส.กัญญาพัชร ราชวัตร์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงงวันที่ 19 กันยายน 2560 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแกผู้อื่นหรือประชาชน” ,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 428/2560 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ฐานความผิด “พ.ร.บ.เช็ค”,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 432/2560 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ฐานความผิด “พ.ร.บ.เช็ค,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 445/2560 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ฐานความผิด “พรบ.เช็ค,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 446/2560 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม2560 ฐานความผิด “พรบ.เช็ค,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 459/2560 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ฐานความผิด “พรบ.เช็ค,หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 889/2560 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ฐานความผิด “พ.ร.บ.เช็ค”

พ.ต.ต.ณัฐพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงประมาณต้นเดือนตุลาคม 2560 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 17 ราย เป็นผู้ประกอบการรถขนส่งได้รวมตัวกันมาร้องทุกข์ว่า ผู้ต้องหาได้เปิดบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดวัชรมั่งมี ทรานสปอร์ต จำกัด เพื่อรับงานหลอกเหยื่อโดยประกาศในอินเตอร์เน็ต โปรแกรมเฟซบุ๊คและเพจต่างๆ เชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาร่วมลงทุนธุรกิจ โดยนำรถขนส่งมาร่วมรับจ้างงานจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ หรือนำเงินมาร่วมลงทุนในการว่าจ้างรถขนส่งมาทำงานให้บริษัทที่น่าเชื่อถือต่างๆ โดยจะพาผู้เสียหายเดินทางไปดูบริษัทที่น่าเชื่อถือและทำทีเข้าไปติดต่อพูดคุย โดยให้ผู้เสียหายรออยู่ด้านนอก เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อใจว่าได้รับการว่าจ้างขนส่งจากบริษัทดังกล่าว และแอบอ้างว่า บุคคลที่ผู้ต้องหาเข้าไปติดต่อเป็นลูกน้องที่ส่งเข้าไปดูแลความเรียบร้อยในการรับจ้างทำงานดังกล่าว หลังจากนั้นจะพาเหยื่อไปดูบริษัทของตนที่เปิดไว้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมทั้งมีการแสดงรายการเดินบัญชีให้เหยื่อดูว่า มีเงินเข้าออกบัญชีจำนวนมาก จนเหยื่อเชื่อใจนำเงินมาร่วมลงทุนก็จะไม่ได้รับเงินตอบแทน โดยบ่ายเบี่ยงว่า บริษัทอยู่ระหว่างรอรับเงินจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ(SME) ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจในการขยายกิจการ จนทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายทางคดีและสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในหลายฐานความผิดและหลายท้องที่เกิดเหตุต่อเนื่องกัน

พ.ต.ต.ณัฐพล กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 8 ธันวาคม เวลาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 1-1 กก.1 บก.ป. สืบทราบว่า นายวัชรชัย และน.ส.กัญญาพัชร ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม.3 ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงได้ส่งกำลังลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาสองรายนี้ได้ โดยทั้งสองยอมรับว่ายังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน และเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. จึงได้ทำการจับกุมนำส่ง พงส.สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่า เคยมีประวัติต้องคดีอาญา 15 คดี และมีหมายจับรวมกัน 8 คดี

นอกจากนี้ยังเคยถูกศาลจังหวัดบุรีรัมย์ พิพากษาจำคุก 1 ปี 7 เดือน ในคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์และพ.ร.บ.เช็ค สภ.เมืองบุรีรัมย์

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบว่า นายวัชรชัย มีรถในความครอบครองร่วม 100 คัน และมีพฤติการณ์เช่าซื้อรถในชื่อของบุคคลอื่นและนำไปจำนำต่ออีกหลายทอด ซึ่งยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายซึ่งได้รวมกลุ่มกันในโลกออนไลน์เพื่อแชร์ข้อมูลให้มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง กำลังเดินทางเข้าแจ้งความอีกหลายท้องที่ด้วย

Advertisement