‘แพะชิงเพชร’ เปิดใจ ชีวิตสุดรันทด หลังพ้นคุกเหมือนตายทั้งเป็น-ยังเฝ้ารอศาลพิพากษา

10.12.17 | 11:44 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าสำหรับคดี แพะชิงเพชร ถึงแม้จะมีการปล่อยตัว ผู้บริสุทธิ์ ที่เคยตกเป็นจำเลย ในคดีชิงเพชร ออกมาจากเรือนจำ คือ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 48 ปี พ่อค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ในชุมชนวัดกกต้อง ซอยสุขาวดี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ก่อเหตุชิงเพชรมูลค่า มากกว่า 15 ล้านบาท หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางเสาธง กทม. นำหมายศาล เข้าจับกุมที่บ้านเช่าเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ในข้อหาวิ่งราวเพชรมูลค่า กว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 28 ธันวาคม 2559 และมีการควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี ทั้งที่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด


จากนั้น น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 47 ปี ภรรยาและครอบครัว ได้ดิ้นรนต่อสู้เข้าร้องทุกข์ไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึง กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ เพื่อหาความยุติธรรม ให้ครอบครัว และนำพยานหลักฐาน ไปยืนยันพิสูจน์ความจริง ในกระบวนการยุติธรรม โดยทางผู้เสียหายต้องตกเป็นเหยื่อในคดีแพะ ถูกขังที่เรือนจำ พิเศษธนบุรี นาน กว่า 7 เดือน จนกระทั่งศาลอาญาธนบุรี พิพากษายกฟ้อง ปล่อยตัวสู่อิสรภาพ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 หลังกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การช่วยเหลือ ในเรื่องของการหาพยานหลักฐาน มาหักล้างกับศาล จนได้มาซึ่งอิสรภาพ หลังกระทรวงยุติธรรม ได้มีการสืบสวน หาพายานหลักฐาน เพิ่มเติม จนพบหลักฐานสำคัญที่มาของการออกหมายจับ เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ เชื่อมโยงกับขบวนการโจรกรรมเพชร ที่มีการติดต่อกับผู้เสียหาย

แต่ข้อเท็จจริงมีการตรวจสอบว่า หลักฐานสำเนาบัตรประชาชน ที่นำไปจดทะเบียนใช้ซิมโทรศัพท์ ไม่ได้เอาบัตรประชาชนตัวจริงไปยืนยันตามระเบียบของ กสทช. แต่เป็นสำเนาบัตรประชาชนเก่าที่หมดอายุ และยังเป็นชื่อเดิม ของ นายพิสิษฐ์ คือ นายรังสิทธิ์ ทั้งที่มีการเปลี่ยนชื่อมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นที่มาของเอกสารหลักฐานที่ขบวนการฉกเพชร ทำขึ้นรวมถึงหลักฐานสำคัญของโรงพยาบาลนครพนม ที่ระบุว่า วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ผู้เสียหายยังอยู่ ในพื้นที่ จ.นครพนม และมีการไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ กทม. รวมถึงพยานปากสำคัญอีก 17 ปาก ที่ยืนยันให้การช่วยเหลือ

ล่าสุดถึงแม้ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 48 ปี พ่อค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง จะได้รับความอิสระ กลับมาอยู่กับครอบครัว โดยมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊คแฟนเพจ Pitbullzone ที่ได้เดินทางมาช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ในการเปิดกิจการร้าน ส้มตำไก่ย่าง ในชื่อ แพะชิงเพชรปิ้งย่างสร้างชีวิต ภายในบ้านเช่า ส่วนภรรยาทำอาชีพเสริมสวย แต่สิ่งสำคัญ ทางเจ้าตัว เปิดใจว่า ถึงแม้จะได้รับความอิสระ แต่มันคือความเลวร้ายสุดในชีวิต ทั้งที่ต่อสู้สร้างชีวิตมากับ ภรรยา กว่า 30 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 14 ขวบ ไม่เคยคิดทำผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบใคร แต่ต้องมาถูกกระทำด้วย ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่บางคน ถึงแม้จะออกจากเรือนจำ ผลกระทบที่ตามมาคือ ภาระหนี้สิน รถถูกยึด รายได้ลดลง ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง เพราะการเยียวยา ต้องรอระยะเวลาให้กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด เนื่องจากยังต้องรอศาลอุทธรณ์ตัดสินพิพากษา

Advertisement

นายพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำได้กลับมาทำอาชีพค้าขาย ไก่ย่าง ส้มตำ หมูปิ้ง แต่สิ่งที่ตามมาคือ ภาระหนี้สิน รถยนต์ถูกยึด ต้องทำงานใช้หนี้ ครอบครัวลำบาก ทั้งร่างกายสภาพจิตใจ ถึงแม้ได้ความอิสระกลับคืนมา แต่ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวยังตามหลอกหลอน โชคดีได้กำลังใจจากเพื่อนบ้าน และผู้ใจบุญมาช่วยเหลือเพียงบางส่วนให้สามารถค้าขายได้ ทุกวันอาศัยบ้านเช่าค้าขาย ตนยังต้องนั่งเปิดสมุดบันทึก กว่า 200 หน้า ที่บันทึกเหตุการณ์ในเรือนจำไว้ โดยไม่เคยคิดว่าจะได้ออกมาอยู่กับครอบครัว เพราะยากจน ไม่มีเงินสู้คดี เชื่อเสมอว่าคนจนมีปัญหาต้องติดคุก ถึงได้ปล่อยตัวออกมา แต่ถามว่าใครรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่สำคัญ คดียังไม่สิ้นสุด ต้องรอกระบวนการยุติธรรมตัดสินอีก

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเมื่อคดียังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอผลการพิจารณาตัดสินของศาลอุทธรณ์ หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่อนาคตวันข้างหน้า ไม่มีใครรู้ได้ ถามหาความเมตตา ยังไม่มีหน่วยงานรัฐมาดูแลช่วยเหลือจริงจัง ทุกวันนี้ไม่แตกต่างจากตายทั้งเป็น ชีวิตครอบครัวพัง หลังต่อสู้ด้วยกันมานานเพราะความผิดพลาดของ จนท.บางกลุ่ม สุดท้ายใครรับผิดชอบ กว่าจะถึงกระบวนการเยียวยามาถึง ทุกอย่างคงไม่เหลือ ทุกวันตื่นมาต้องอยู่ต้องกิน หากใครไม่เป็นครอบครัวเรา คงไม่รู้ถึงความเจ็บปวด ความเลวร้ายในชีวิต มันคงหลอกหลอนไปจนวันตาย หากไม่คิดถึงพ่อ แม่ ภรรยา ลูก เคยคิดว่าเขาน่าจะฆ่าผมให้ตายตั้งแต่วันแรกที่มาจับผมไป ไม่ต้องมาเจอสิ่งเลวร้ายขนาดนี้ แล้วถามคืนว่า จับผมไปทั้งที่ผมไม่ผิด แล้วซ้อมผมทำไม ผมผิดอะไร ชีวิตครอบครัวพวกผม มันพังหมดแล้ว มีใครคืนชีวิตที่มีความสุขแบบเดิมให้ได้ นายพิสิษฐ์ ส กล่าวทั้งน้ำตา