เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 10 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีเครือข่าย นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ และพวกที่ถูกกล่าวหาเป็นขบวนการสร้างหลักฐานเท็จในการขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตายว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ส่งหนังสือมายังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (ตร.) หนังสือถึงกระทรวงยุติธรรมรายงานผลตรวจพิสูจน์เครื่องจับเท็จ ของนางจอมทรัพย์ นายสับ วาปี นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง โดยผลปรากฎว่าเครื่องจับเท็จไม่สามารถสรุปผลนางจอมทรัพย์ได้ เนื่องจากการตรวจวัดความต้านทานของกระเเสไฟฟ้าของผิวหนังไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ภาพรวมได้
โฆษก ตร.กล่าวว่า ส่วนของนายสับ ผลออกมาว่าคำตอบของนายสับที่รับสารภาพว่าเป็นคนขับรถเเทนนางจอมทรัพย์นั้นเป็นเท็จจึงทำให้นายสับสารภาพความจริงว่าตามวันเวลาเกิดเหตุไม่ได้เป็นผู้ขับรถชนจักรยานยนต์ผู้เสียหายเสียชีวิตเเละไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เเต่มีผู้ว่าจ้างให้ออกมารับสารภาพผิดเเทนนางจอมทรัพย์ด้วยเงิน 500,000 บาท เเละนายสุริยา ผลออกมาคำตอบเป็นเท็จเเละนายสุริยายังได้ยอมรับว่าได้เป็นคนว่าจ้างนายสับด้วยเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อให้นายสับรับสารภาพ ว่าเป็นคนขับรถชนคนตายเเทนนางจอมทรัพย์โดยจะจ่ายเงินเมื่อรื้อฟื้นคดีอาญาสำเร็จ

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าหลังจากที่นายสับ และนายสุริยาได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เเล้วกลับยังมีความพยายามที่จะผลักดันสำนวนให้ไปสู่การรื้อฟื้นคดีในชั้นศาล ส่วนจะเข้าข่ายมีส่วนส่งเสริมสนับสนุน การกระทำผิดหรือไม่จะต้องดูข้อเท็จจริงเเละระเบียบของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ดูเเลในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีก โดยขณะนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไปเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว 12 นาย จาก 14 นายโดยหลังจากสอบปากคําเจ้าหน้าที่ครบ 14 นายแล้ว ก็จะเร่งสรุปผลว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และเข้าข่ายกระทำความผิดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะดูว่าเข้าข่ายการกระทำผิดเเละสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ ส่วนหากพบว่ามีการกระทำผิดจริงตรงนี้อาจจะเข้าข่ายในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และอาจถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรร่วมด้วยก็ได้ ส่วนประชาชนทั่วไปที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการแจ้งข้อหา ไปแล้ว 9 คน เหลืออีก 2 คนคือนายธณัช สุขตลอดปี ทนายความ และนางวาสนา เพชรทอง ผู้รับมอบอำนาจ ที่ตำรวจออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 และ 14 ธันวาคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม
“นายสับเองก็รับสารภาพกับตำรวจว่า ได้เคยรับสารภาพกับดีเอสไอไปเเล้วว่าถูกจ้างมา เเต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเองก็พูดว่าเมื่อพยานบุคคลใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องนำไปขึ้นศาลให้ใช้พยานทางนิติวิทยาศาสตร์เเทน หลังจากนั้นก็เคยนำนายสับไปโชว์ตัวทำท่าเหมือนจะขึ้นศาลเเต่สุดท้ายก็ไม่ได้นำไปขึ้น ตรงนี้ก็ต้องมองว่าจะมีเจตนาอย่างไร ส่วนกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่พูดดังกล่าวเป็นใครจะถูกดำเนินการอย่างไรให้รอผลสอบ” โฆษก ตร.กล่าว

