ดีเอสไอแจงคดีครูจอมทรัพย์ จนท.ที่เกี่ยวข้อง รองปลัด ยธ.ขอตัวช่วยงาน ผลจับเท็จส่งกระทรวงใช้ดุลพินิจ

11.12.17 | 12:50 น.
แฟ้มภาพ

ดีเอสไอแจ คดีครูจอมทรัพย์ จนท.ดีเอสไอที่เกี่ยวข้อง รองปลัดยธ.ขอตัวช่วยงาน ผลจับเท็จก็รายงาน เป็นดุลพินิจกระทรวง

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงกรณีมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์

โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องในการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร บางคนอาจมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เนื่องจากมีรายงานวิเคราะห์การจับเท็จของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีการจับเท็จและวิเคราะห์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขอรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์พบว่ามีการว่าจ้างให้การอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ยังมีความพยายามผลักดันเพื่อรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ต่อไปนั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษขอชี้แจงดังนี้

1. กรณีการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ในการรื้อฟื้นคดี เป็นการดำเนินการของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรมมีรองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้อำนวยการศูนย์ ที่ผ่านมามีการร้องขอให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษบางคนไปช่วยปฏิบัติงานที่ศูนย์ดังกล่าวโดยอยู่ในบังคับบัญชาของรองปลัดกระทรวงยุติธรรมตามที่เคยชี้แจงไปแล้ว

Advertisement

2. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการร้องขอเป็นหนังสือจากรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขอนำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขอรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์เข้าเครื่องจับเท็จของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อวิเคราะห์คำให้การในเบื้องต้น โดยดำเนินการช่วงวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2560 และกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งผลการวิเคราะห์ดังกล่าวให้กระทรวงยุติธรรมทราบเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 การใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรมที่จะพิจารณา เนื่องจากมิใช่คดีพิเศษที่จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

3. ในส่วนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์นั้น กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอให้รอผลการพิจารณาของกระทรวงเพื่อให้เกิดความชัดเจน

4. เพื่อให้ความจริงปรากฏ กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมสนับสนุนการดำเนินการทั้งในส่วนกระทรวงยุติธรรมและตำรวจให้เป็นไปตามกฎหมาย

จึงแจ้งมาเพื่อทราบ

คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ
วันที่ 11 ธันวาคม 2560