เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีระเบิดในย่านแมนฮัตตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายนั้นว่า ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญๆ ในประเทศไทยนั้น ได้มีการสั่งการตามวงรอบปกติไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสถานทูต ที่พักของเอกอัครราชทูต รวมถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวนสถานทูตที่อยู่ในกรุงเทพมหานครหลายที่ ส่วนมาตรการในการดำเนินการนั้น ได้มีการประสานงานในด้านการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงอยู่แล้ว
“เราไม่ได้เป็นประเทศคู่ขัดแย้งกับประเทศใด แต่ก็ไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้ ยังมีการเฝ้าระวัง แต่ยังเป็นเรื่องที่ยังไกลตัว โดยขณะนี้ใกล้เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตอเมริกา ยังไม่ได้มีการประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ยกระดับการดูแลความปลอดภัย เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสถานที่ หรือว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ เราดูแลอยู่แล้ว ได้มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเป็นหลัก และในส่วนของพื้นที่ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ไปช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตำรวจมีมาตรการเฝ้าระวังต่อเนื่องไปจนถึงปีใหม่ สังเกตว่าในช่วงเทศกาลจะมีการออกคำเตือนและมาตรการต่างๆ เพื่อเน้นย้ำในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงปีใหม่ ช่วงก่อน 7 วันและหลัง 7 วัน
เมื่อถามว่า มีเครือข่ายตำรวจสากลหรือเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแจ้งเตือน ก่อนเกิดเหตุที่สหรัฐอเมริกาให้เฝ้าระวัง พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในลักษณะการก่อเหตุแบบนี้อยู่แล้ว และเป็นที่ทราบกันดีว่าการก่อเหตุนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากการก่อเหตุที่เป็นโศกนาฏกรรมขนาดใหญ่ เป็นลักษณะที่เป็นการก่อเหตุเล็กๆ ก็ต้องเฝ้าระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยมีการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการเฝ้าระวังที่ได้ผลพอสมควร
รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยยังไม่ได้มีอะไรที่เป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นนัยยะสำคัญ การข่าวในขณะนี้ยังเอาอยู่ เพราะเรามีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกับหน่วยงานความมั่นคงตลอด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน และที่สำคัญในส่วนของมาตรการระวังป้องกันนั้น ถ้าเราสืบทราบว่ามีผู้ใดไม่ประสงค์ดีเดินทางเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีบัญชีแบล๊กลิสต์อยู่แล้ว

