หน้าแรก ในประเทศ เสียงค้านมิสร...

เสียงค้านมิสร่างซา กระตุกคิดบวก-ลบ ทางเลียบเจ้าพระยา

12.12.17 | 15:15 น.

ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันข้ามปี สำหรับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของภาครัฐ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงตลอดมา ทั้งจากชาวบ้าน เอ็นจีโอ ภาคธุรกิจการค้า สมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานรัฐด้วยกันเองซึ่งก็เคยยกมือติงจุดอ่อนกลางงานประชุมรับฟังความคิดเห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2559


ยังไม่นับการร่วมมือจัดงาน โอบกอดเจ้าพระยาด้วยความรักŽ อย่างยิ่งใหญ่ จุดประสงค์ค้าน ทางเลียบเจ้าพระยาŽ โดยมีศิลปิน นักร้องดัง อีกทั้งเซเลบหลากแวดวงเข้าร่วมมากมายนับไม่ถ้วน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาแผนการดำเนินงานในกรุงรัตนโกสินทร์ มีเอกสารเปิดเผยผลการประชุมโต๊ะกลมของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื้อหาชี้ชัดว่าการพัฒนาพื้นที่ริมลำน้ำเจ้าพระยาเป็นโครงการที่ดี ทว่ารูปแบบการก่อสร้าง ไม่เหมาะสมŽ ทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม ผังเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อีกทั้งยังบดบังทัศนียภาพ 2 ฝั่งเจ้าพระยาอีกด้วย

ในส่วนของผลกระทบของโครงสร้างเสาต่อกระแสน้ำ ทางวิศวกรรมสถานฯมีความเห็นต่อการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์คำนวณว่าเป็นแค่การชี้ผลเบื้องต้น ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ โดยเฉพาะช่วงโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังย้ำอีกด้วย การพัฒนาพื้นที่ริมลำน้ำต้องทำโดยสร้างบนฝั่ง ไม่ใช่ปลูกสร้างในลำน้ำ การก่อสร้างทางลงในลำน้ำเพื่อเป็นแนวกันชน เป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง

Advertisement

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการให้ข้อเสนอแนะว่า โครงการดังกล่าวมีความซับซ้อน ต้องศึกษาเชิงลึกในหลายมิติ เพื่อให้เหมาะสมยั่งยืนและคุ้มค่าต่อการลงทุน

ผลการประชุมโต๊ะกลมของวิศวกรรมสถานฯครั้งนี้ สผ.แจ้งว่า จะนำผลสรุปและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

นี่คือการท้วงติงอีกระลอกที่เกิดขึ้นกับโครงการเจ้าปัญหา แต่ภาครัฐยังคงเดินหน้าท่ามกลางเสียงค้านโดยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้จัดการรื้อย้ายบ้านเรือนในชุมชนเขียวไข่กา เขตดุสิต ราว 20 หลัง โดยอธิบายว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจของชาวบ้านในการมีส่วนร่วมกับโครงการ โดยจะพิจารณาการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ถือเป็นชุมชนนำร่องในการรื้อชุมชนริมเจ้าพระยาที่เหลือ รวม 14 แห่ง เกือบ 300 หลังคาเรือน ยังไม่นับท่าเทียบเรือ หรือโป๊ะอีก 9 แห่งที่จะกลายเป็นตำนาน หากโครงการยังเดินหน้าต่ออย่างไม่ฟังเสียงค้าน

จากนั้นอีกไม่นาน สำนักการโยธาเปิดเผยข้อมูลว่า มีชุมชนที่รื้อย้ายบ้านเรือนแล้วถึง 7 ชุมชน

เมื่อย้อนดูจุดประสงค์หลักของโครงการ ซึ่งเน้นย้ำสโลแกน เจ้าพระยาเพื่อทุกคนŽ ก็มีผู้ตั้งคำถามอย่างเซ็งแซ่ว่าแค่กระบวนการทำงานก็ดูเหมือนจะมีปัญหา เพราะศึกษาอย่างรีบเร่งแค่ 5 เดือน โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เป็น 2 สถาบันหลักในการดำเนินการดังกล่าว

ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เคยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในงานเสวนา โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กม. สร้างสรรค์หรือทำลายŽ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปลายปี 2559 ว่าโครงการแบบนี้ต้องมีกระบวนการคิดและตอบโจทย์ได้ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เรื่องของชุมชนมีความสลับซับซ้อน ไม่ใช่ว่าใช้สถาบันการศึกษา 2 แห่งมาทำแผนแม่บทแล้วจะสำเร็จ บอกได้คำเดียวว่าไม่สำเร็จ นี่คือความเป็นห่วง ขอให้ชะลอ ตั้งสติ คิดให้รอบคอบทุกมิติŽ ปราโมทย์ฟันธงพร้อมแนะนำ

ไม่เพียงเสียงท้วงติงด้วยความห่วงใยของคนไทยด้วยกันเอง แต่กลายเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกหันมาสะกิดให้นานาชาติ ร่วมจับตา โดยเมื่อ 16 ตุลาคม 2560 เวิลด์ โมนูเมนต์ ฟันด์ (World Monuments Fund) องค์กรเอกชนไม่แสวงผลกำไรเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทั่วโลก ได้เผยแพร่รายชื่อปูชนียสถานที่ต้องเฝ้าระวัง ประจำปี 2018

แน่นอนว่า แม่น้ำเจ้าพระยาŽ ติด 1 ใน 25 รายชื่อสถานที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2561 โดยระบุถึงเหตุผลไว้ดังนี้

แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองโบราณที่เคยเป็นหัวใจของประเทศไทยในอดีต ถือได้ว่าเป็นลำน้ำแห่งประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อเมืองหลวงสมัยปัจจุบันของไทย แต่กำลังถูกคุกคามจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับแม่น้ำไปโดยไม่สามารถกู้กลับคืนมาได้อีกต่อไป

โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองด้านในบริเวณที่ไหลผ่านใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการประกาศโครงการเป็นครั้งแรกในปี 2558 หากมีการก่อสร้างจริง จำเป็นต้องมีตอม่อรองรับอยู่กับพื้นท้องน้ำ และแม้ว่าโครงการมูลค่าหลายพันล้านบาทนี้ จะช่วยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงริมแม่น้ำได้ง่ายขึ้นอย่างมาก แต่ความเสียหายทางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นต้นทุนก็จะมีมูลค่ามหาศาลมากพอๆ กัน

ทันทีที่เอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ ยศพล บุญสม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเพื่อนแม่น้ำ แสดงความเห็นว่า การที่องค์กรระดับนานาชาติให้ความสนใจ สะท้อนถึงการตื่นตัวที่ไม่ใช่แค่สังคมไทยเท่านั้น เนื่องจากเจ้าพระยาคือแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งของโลก ส่วนตัวมองว่าควรฟื้นฟูและส่งเสริมคุณค่าเชิงวัฒนธรรมซึ่งประชาคมโลกให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง

องค์กร เวิลด์ โมนูเมนต์ ฟันด์ ช่วยคอนเฟิร์มว่าถ้าเราให้ความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ น่าจะเป็นคุณค่าที่ทั่วโลกสนับสนุนมากกว่าการทำทางเลียบแม่น้ำ อีกทั้ง ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการที่รัฐบาลเคลมว่าการสร้างทางเลียบจะทำให้เจ้าพระยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาตินั้น สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งจะเป็นทางตรงกันข้าม เพราะต่างชาติไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งดึงดูดŽ ยศพลเห็นแย้งกับรัฐบาล

ต่อมา ณัฏฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผอ.สำนักการโยธา กทม. ออกมาชี้แจงว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และ กทม.ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม จึงออกแบบทางสัญจรเชื่อมถึงกัน โดยเป็นโครงสร้างยื่นลงไปในแม่น้ำ ซึ่งมีการศึกษารอบด้านว่าจะไม่เกิดผลกระทบใดๆ

ทั้งยังแก้ไขปัญหาการรุกล้ำอย่างผิดกฎหมาย มีการปรับปรุงศาลาท่าน้ำ ท่าเรือ เส้นทางเข้าถึงที่ผ่านเข้ามาทางชุมชน จะทำให้มรดกทางวัฒนธรรม เป็นที่รู้จักและได้รับการอนุรักษ์มากยิ่งขึ้น เศรษฐกิจในชุมชนจะดีขึ้นจากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น จะสร้างระบบป้องกันรถจักรยานยนต์ หาบเร่-แผงลอย ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไฟส่องสว่าง รวมถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวŽ ผอ.สำนักการโยธา กทม. แจกแจงถึงผลบวกต่างๆ

แต่กระนั้น คำอธิบายเหล่านี้ดูเหมือนไม่ได้ทำให้เสียงคัดค้านซาลงแต่อย่างใด

จากสถานการณ์ที่ผ่านมาและกำลังจะเกิดขึ้นต่อไป เป็นอีกประเด็นใหญ่ที่ต้องจับตา เพราะนอกจากผลกระทบต่อชุมชน การเดินเรือ สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย ยังหมายถึงการใช้เงินภาษีจำนวนมหาศาลที่สังคมไทยยังตั้งข้อสงสัยว่าจะคุ้มค่าอย่างที่รัฐโฆษณาจริงหรือ