เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่สน.บางเขน พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.รองผบช.น.) หัวหน้าคณะทำงาน ชุดป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต บช.น. พ.ต.อ. อุเทน นุ้ยพิน หน.ชป.ปราบปรามอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต บช.น. แถลงตรวจค้นโกดังบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมน้ำยาเติม และจับกุมนายศิวณัฐ พูลผล อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ซ.รังสิต-นครนายก 42 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ น.ส.ณัฏฐณิชา ดวงทอง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/4 หมู่ 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ที่ลานจอดรถข้างอาคาร K12 เลขที่ 42/ 12 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อต่างๆ จำนวน 3,047 ขวด ยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 445 ขวด รวม 3,492 ขวด ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 60 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบพบมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “sivanut poolpol” และ”Nutty Nattanicha” โพสต์ขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ให้กับบุคคลทั่วไปผ่านทางเฟซบุ๊ก ชุดปฎิบัติการจึงล่อซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยใช้ช่องทางพูดคุยติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ noonutty5555 เพื่อพูดคุยขอซื้อตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า โดยโอนเงินค่าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเข้าบัญชีของนายศิวณัฐ ซึ่งมีการส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี มาที่บ้านพักของที่ล่อซื้อในเขตพื้นที่สน.บางเขน จากนั้นชุดปฎิบัติการเข้าแจ้งความกับพงส.สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวว่า จากนั้นสืบสวนทราบว่าผู้ขายคือนายศิวณัฐ พูลผล และน.ส.ณัฏฐณิชา จึงวางแผนล่อซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้ง ทราบว่าทั้ง 2 คน นำตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไปเก็บรักษาไว้ที่ห้องพักเลขที่ 209 อาคาร K2 เลขที่ 42/12 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อมาวันเดียวกันนี้ นายศิวณัฐ ลงมาจากห้องพักพร้อมถุงดำขนาดใหญ่มาที่รถยนต์ของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้น พบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ของบริษัทขนส่งเอกชนจำนวน 105 กล่อง
พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวอีกด้วยว่า นายศิวณัฐรับว่ากำลังจะนำบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไปส่งให้ลูกค้า จากนั้นจึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักพบน.ส.ณัฏฐณิชา อยู่ภายในห้องพัก และตรวจค้นพบของกล่าวดังกล่าว รวมถึงบัญชีรายชื่อลูกค้าที่เคยสั่งซื้ออีกจำนวนหนึ่ง สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ขายบุหรี่ไฟฟ้าทางเฟซบุ๊กมากว่า 1 ปีแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีกฏหมายออกมาควบคุม โดยเครื่องสูบบหรี่จะขายเครื่องละ 3,000-5,000 บาท แล้วแต่รุ่น ส่วนน้ำยาขายขวดละ 700บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ โดยได้มีการโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวและเฟซบุ๊กกลุ่มผู้นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อลูกค้าสนใจสั่งซื้อมาก็ให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยไม่คิดค่าส่ง เมื่อลูกค้าโอนเงินมาให้ก็ได้จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าทางบริษัทไปรษณีย์ของเอกชน กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันขาย หรือเสนอ หรือชักชวน หรือจัดหาให้ด้วยประการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น ซึ่งสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 เรื่องห้ามขาย หรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2556 มาตรา 36 และมาตรา 56 และร่วมกันซ่อนเร้นหรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากร ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร (บุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาเติม หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ร่วมกัน) ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2550 มาตรา 242 และ246 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2547 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

