‘ปวีณา’พา 51 เหยื่อถูกนายหน้าตุ๋นขายแรงงานต่างประเทศร้องกองปราบ

13.12.17 | 17:21 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยผู้เสียหาย 51 ราย หลังถูกนายเชาวลิต น้อยศรี นายหน้าหลอกเก็บเงินค่าดำเนินการเพื่อพาไปทำงานต่างประเทศเสียหายกว่า 5 ล้านบาท เข้าพบ พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. เพื่อให้ช่วยติดตามตัวนายหน้ารายนี้มาดำเนินคดี โดยนำเอกสารหลักฐานก่อนจ่ายเงิน มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ประกอบการพิจารณา

นางปวีณา กล่าวว่า ได้รับร้องเรียนให้ช่วยเหลือหลังถูกนายเชาวลิต หลอกลวงว่าพาไปทำงานยังประเทศต่างๆไ พร้อมกับเรียกเงินค่าดำเนินการ รายละ30,000 – 80,000 บาท แต่พอหลังจากที่มีการจ่ายเงินแล้วปรากฏว่านายเชาวลิตกลับไม่พาไปทำงาน เมื่อผู้เสียหายทวงถามก็บ่ายเบี่ยง จนทำให้ผู้เสียหายกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากบางรายต้องไปกู้เงินมาจ่ายค่าดำเนินการดังกล่าวจนทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ด้วยเหตุนี้จึงได้พาผู้เสียหายกลุ่มนี้มาเข้าร้องทุกข์กับทางกองบังคับการปราบปรามเพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีกกว่า 100คน ที่ยังไม่สะดวกเดินทางมาเข้าร่วมแจ้งความในวันนี้

“พฤติกรรมของนายหน้ารายนี้เป็นภัยต่อสังคม มีการโพสต์ข้อความหลอกลวงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค ซ้ำยังเป็นการหลอกคนไทยด้วยกันสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมจำนวนมาก หากมีผู้เสียหายรายใดที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ หรือเข้าแจ้งความที่กองปราบปราบได้ ทั้งนี้อยากฝากว่า หากต้องการไปทำงานต่างประเทศควรจะตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงแรงงานให้ดีก่อน” นางปวีณา กล่าวเตือน

ด้าน นายสมคิด คำภา อายุ 38 ปี ชาวอุดรธานี ผู้เสียหายรายหนึ่งจากจ.ขอนแก่น ระบุว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้หางานทางอินเตอร์เน็ตและได้เจอเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า“หนุ่มหมอแคน” จัดหางานไปทำงานเป็นคนงานในสวนผลไม้ และอีกหลายอาชีพในประเทศฮอลแลนด์ เกาหลี โปรตุเกส แคนาดา และออสเตรเลีย จึงสนใจและติดต่อกลับไป เนื่องจากตัวนายหน้ามีความน่าเชื่อถือ ระบุเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพในลักษณะส่งคนไปทำงานต่างประเทศ และมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ที่ทำให้เชื่อได้ว่าได้เไปทำงานต่างประเทศจริง จึงโอนเงินค่าเบื้องต้น 65,000บาท โดยจะเดินทางไปทำงานเป็นคนสวนที่ประเทศออสเตรเลียในเดือนธันวาคมนี้ และจะได้ได้เงินเดือน 75,000บาท ถึง 100,000 บาทต่อเดือน แต่หลังจากจ่ายเงินแล้วกลับไม่ได้รับการติดต่อกลับจากนายหน้าคนดังกล่าวอีกเลย ประกอบกับพบข้อมูลในเฟซบุ๊คอีกว่านายหน้ารายนี้หลอกผู้เสียหายรายอื่น จึงมั่นใจว่าตนเองถูกหลอกเช่นกัน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการคัดแยกผู้เสียหายตามจังหวัดที่เกิดเหตุเพื่อไปให้พนักงานสอบสวนแต่ล่ะกองกำกับการที่รับผิดชอบในพื้นที่สอบปากคำ โดยผู้เสียหายทั้ง 51ราย แบ่งออกเป็น ภาคเหนือ 12 ราย ภาคกลาง 12 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24 ราย และ ภาคตะวันออก 3ราย ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานตามจับกุมตัวนายหน้ารายนี้ต่อไป

Advertisement