ปปง. – กองปราบ รวบสาวไทย  ร่วมขบวนการชาวจีนฉ้อโกง 1,000 ล้าน โดนคดีฟอกเงิน

13.12.17 | 17:39 น.

ปปง. – กองปราบ รวบสาวไทย  ร่วมขบวนชาวจีนฉ้อโกง 1,000 ล้าน โดนคดีฟอกเงิน ขยายผลจับกุมเครือข่ายชิงตวน จาง

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรรมการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า ปปง. ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม ได้จับกุมนางเอมอร จิตจักร์ ภรรยาของนายปู่ เจ๋อ หวิ๋น ผู้ต้องหาชาวจีน ฉ้อโกงประชาชน  ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชาวจีนที่สามารถจับกุมและส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนแล้ว การจับกุมดังกล่าว เป็นการบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และกองบังคับการปราบปราม เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรรมและตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด โดยได้ประสานความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ในการสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและนำตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดมาลงโทษอย่างต่อเนื่อง โดยจะให้ความสำคัญกับการบูรณาการกับทุกภาคส่วน

พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์  กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวนายชิงตวน จาง กับพวกแก๊งชาวจีน ฉ้อโกงประชาชน โดยการตั้ง “โครงการจี้หลงกั๋วจี้”หรือ “โครงการทวงสมบัติชาติ”แล้วหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน มีผู้เสียหาย 33,000 คน ความเสียหายมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และต่อมาสำนักงาน ปปง. ได้ประสานงานกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จนนำไปสู่ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่าประมาณ 346 ล้านบาท นั้น ปปง. ดำเนินการสืบสวนขยายผลพบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาฐานฟอกเงิน อีกส่วนหนึ่ง โดยมีคนไทยเข้าร่วมการกระทำความผิดด้วย

พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์  กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 สำนักงาน ปปง. จึงได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย คือ  นายชิงตวน จาง , นายหวง จิงเคอ , นายปู่ เจ๋อ หวิ๋น , น.ส.หรือนางเอมอร จิตจักร์ , นายฉีตง หรืออาตง ในการกระทำการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้มาครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มาครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยสมคบการ    ตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน และหรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฟอกเงินหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินก่อนหรือขณะกระทำความผิด จึงเป็นการกระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 3 วงเล็บ 5 , 7 , 9 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542