วันที่ 13 ธันวาคม นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 03.20 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2560 คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานได้รับการเเจ้งเตือนจากระบบเฝ้าระวังและต่อต้านการการกระทำผิดด้านทรัพยากรป่าไม้(NCAPS) ว่ามีกลุ่มบุคคลกำลังสะพายเป้เสบียงมุ่งหน้าเข้าป่าบริเวณป่าเขาจอมทอง ต.จรเข้หิน อ.ครบรี จ.นครราชสีมา พิกัด UTM 48 P 188644 E,1600856N (wgs 84)ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จึงจัดชุดติดตามมาจนถึงป่าลำดาบ พิกัด UTM 48 P 182859 E,1592036 N (wgs 84) เวลา 16.00 น. พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยดังกล่าว จึงแสดงตัว แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าววิ่งหลบหนี สามารถติดตามจับกุมได้จำนวน 3 คน ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์การกระทำผิด ดังนี้ 1.บาร์เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 อัน 2.เลื่อยสำหรับเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เส้น และ 3.เป้เสบียงอาหาร ข้าวสาร น้ำมันเบนซิน จำนวน 37 ใบจึงได้ควบคุมผู้กระทำผิดมายังที่ทำการ เขตฯ5 (ภูลำไย) เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ครบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยังมีผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่งที่หนีไปได้ แต่คาดว่าวันนี้ทั้งหมดคงจะออกจากป่ามามอบตัวเอง เนื่องจากไม่มีเสบียงอาหาร

ประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีชาวกัมพูชาลักลอบเข้ามาตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าทับลาน และป่าข้างเคียงจำนวนมาก มากันไม่ขาดสาย แม้จะถูกจับกันกี่ครั้งก็ยังมากัน หลายคนถูกนายทุนคนไทยหลอกว่ามารับจ้างตัดอ้อย มาถึงก็แจกเป้ แจกเสบียงอาหาร ให้แบกเลื่อย แบกโซ่ยนต์เข้าป่า บางคนไม่อยากทำ แต่ถูกหลอกให้กินยาบ้าจนติด ไปไหนไม่ได้

“ผมก็สงสัยเหมือนกันทำไมยิ่งจับก็ยิ่งเยอะ ทั้งๆที่เรามีมาตรการเรื่องตรวจคนเข้าเมืองเข้มแข็งมาก แต่คนพวกนี้เข้ามาทางไหน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ได้แต่ทำงานในพื้นที่ของตัวเอง ทำงานในป่าลำบากกว่าทำงานข้างนอกมาก อยู่ห่างกัน 1 กิโลเมตรมองไม่เห็น ฟังไม่ได้ยินเสียง สิ่งที่เราพยายามทำคือ การหาเครื่องมือ หาเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการทำงาน ต้องป้องกันให้ได้ก่อนที่คนพวกนี้จะเข้าไปถึงไม้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แต่เรื่องของต้นทางคือการปล่อยให้คนพวกนี้เข้ามาในอาณาจักรของเราทำไมถึงมากันง่ายนัก บางทีมากันเป็นร้อย 100 คนเรายังเคยจับได้เลย ต้นทางที่ปล่อยให้เข้ามา เข้าปล่อยให้คนต่างชาติเข้าประเทศเรามาง่ายๆที่ละร้อยคนแบบนั้นได้อย่างไร”นายประวัติศาสตร์ กล่าว

