อัยการชี้ข้อกฎหมาย…สมอ้างถูกรางวัลที่1 จากลอตเตอรีอลเวง ถึงขั้นอลหม่าน ระเห็จนอนมุ้งสายบัว

14.12.17 | 14:39 น.

จากลอตเตอรีอลเวง30ล้านบาท ที่ยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ว่าเป็นของ ‘อดีตตำรวจ’ หรือ ‘ครู’ งานนี้เรียกว่าทั้งสองฝ่าย สู้กันยิบตา ทว่า เจ้าของผู้ที่มีสิทธิครอบครองรางวัล30ล้านบาทตัวจริง มีคนเดียว จริงแท้แน่นอน!!

แต่แล้วศึกชิงรางวัลลอตเตอรี ชักเริ่มอลหม่าน เมื่อแม่ทัพสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) สั่งให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)ลงพื้นที่แกะรอย คดีแย่งชิงลอตเตอรีรางวัลที่1 ที่เฉพาะแค่ในปี2559-2560 มีการแจ้งความแล้ว5คดี ไล่เรียงจาก

คดีแรก ที่กำลังเป็นที่โจษจัน กรณีร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ผู้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ธ.ค.2560 ถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 30 ล้านบาท ไปขึ้นเงิน แต่ต่อมา นายปรีชา ใคร่ครวญ ข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ออกมากล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากฯ และแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี แต่แล้ว ร.ต.ท.จรูญ เข้าแจ้งความกลับเช่นกัน

คดีที่2.นายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความที่สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 2560 จำนวน 2 ใบ ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 12 ล้าน หายไป โดยอ้างว่าถูกคนร้ายขโมยไปและได้ถูกนำไปขึ้นเงินรางวัลแล้ว โดยผู้ที่ขึ้นเงินรางวัลเป็นสามีภรรยาชาวจ.ร้อยเอ็ด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่สุดท้ายดีเอ็นเอชี้ชัดไปที่เจ้าของสองสามีภรรยาชาวจ.ร้อยเอ็ด

คดีที่ 3.กรณีนางเรวดี หาแก้ว และนางวิไลพร รัตนติสร้อย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ในขณะนั้น เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในคดีที่ถูก นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ เพื่อนสนิทที่หุ้นซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 066720 จำนวน 5 คู่ ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2559 รวมมูลค่า 30 ล้านบาท เชิดสลากหายไป และมีการแจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

Advertisement

คดีที่4. เป็นกรณีนางเรวดี หาแก้ว ผู้เสียรายเดียวกับคดีที่ สน.ประเวศ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ 1 อีกราย ในพื้นที่ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา

โดยทั้ง2คดีที่หญิงรายเดียวกันแจ้งความนั้น ตำรวจกองปราบฯตรวจสอบแล้ว ส่อเค้าโอละพ่อ ด้วยข้อสันนิษฐานเบื้องต้น โอกาสที่มนุษย์คนหนึ่งจะถูกรางวัลที่1จำนวน2ครั้งในชีวิต แทบจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ!!

และคดีที่ 5 น.ส.ประดับ จันทร์อ่วม แจ้งความลอตเตอรีหาย สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมีน.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ ไปขึ้นเงิน6ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2560

มองเผินๆ ทั้ง5คดี อาจเป็นแค่การทวงสิทธิความเป็นเจ้าของลอตเตอรีรางวัลที่1 แต่ตามตัวบทกฎหมาย พวกกุเรื่อง ปั้นน้ำเป็นตัว แจ้งความเท็จเพื่อให้ได้ของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง รวมถึงพวกแอบฉก แอบหยิบ ของคนอื่นมาขึ้นเงินเป็นของตัวเอง มีความผิดคดีอาญาทั้งสิ้น

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้ข้อกฎหมายกับ’มติชนออนไลน์’ว่า ในส่วนของข้อกฎหมายกรณีมีบุคคลนำรางวัลที่1ลอตเตอรีของคนอื่นมาขึ้นเงิน กรณีนี้หากสอบสวนได้ความจริงว่ามีการนำของคนอื่นมากขึ้นเงิน จะเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ ทั้งนี้ในการพิสูจน์ว่าลอตเตอรีฉบับนั้นเป็นของใครมีหลายวิธี อาทิ การสอบสวนพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์หรือการตรวจดีเอ็นเอ ตลอดจนการเข้าเครื่องจับเท็จเหมือนกรณีคดีครูจอมทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยืนยันว่าไม่มีต้นขั้ว และธรรมชาติของคนซื้อสลากฯมักจะจำหน้าคนขายไม่ได้ จำเลขทั้งหกหลักไม่ได้ โดยมักจะจำแค่เลข2-3ตัวหลังเท่านั้น

ส่วนกรณีเข้าแจ้งความโดยสมอ้างเป็นเจ้าของลอตเตอรีรางวัลที่1 แต่ถูกคนอื่นนำไปขึ้นเงิน นายโกศลวัฒน์ เผยว่า กรณีนี้หากพิสูจน์พบว่าไม่ใช่เจ้าของรางวัลจริง จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ จากนั้นหากทำอะไรที่เป็นความผิดต่อและเข้าข่ายความผิดอื่น ให้ดำเนินคดีเป็นกรรมๆไป อาทิ ถ้าไปหลอกเอาเงินใครจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงด้วย

แต่หากความแตกแล้ว บุคคลดังว่า อ้างว่าเข้าแจ้งความเพราะเข้าใจผิด ว่าลอตเตอรีรางวัลที่1 เป็นของตนเอง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า อย่างนี้ผู้แจ้งความต้องพิสูจน์ให้พนักงานสอบสวนและอัยการเชื่อได้ว่าเป็นการเข้าใจผิดจริง แต่หากทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการไม่เชื่อว่าเป็นความเข้าใจผิด จะต้องยื่นฟ้องต่อไปเพื่อให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

รู้ข้อกฎหมายดังนี้แล้ว จงอย่าให้ความโลภมาบังตา คิดอุบายเฉกเช่นมิจฉาชีพ เพราะจุดจบอาจระเห็จไปกินข้าวแดง นอนในมุ้งสายบัว มิใช่ยกมือไหว้ขอโทษแล้วจบกัน!!!