เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 23/2560 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดในคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมีรายละเอียด รายคดีดังต่อไปนี้ 1. คดีบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต (ทัวร์ศูนย์เหรียญ)
สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกรมสรรพากร กรณีนายธงชัยฯ กับพวก กระทำความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองความผิดทางภาษีอากรที่เข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ปปง. ได้ให้ความเห็นชอบแก่อธิบดีกรมสรรพากรในการส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการกับนายธงชัยฯ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากร โดยหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงตั้งแต่ 10 ล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป และได้กระทำในลักษณะที่เป็นกระบวนการหรือเป็นเครือข่าย โดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดเงินได้พึงประเมินหรือรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษีอากร และมีพฤติกรรมปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้ โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จ ตั้งแต่ ปี 2554-2559 จนเป็นเหตุให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหาย ประมาณ 7,788,362,147.89 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 37 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
คณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินของนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี กับพวก จำนวน 125 รายการ รวมจำนวน 4,246,569,770 บาท พร้อมดอกผล ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ
2. คดีฉ้อโกงสถาบันการเงินของบริษัท เอพีเอส คล็อค ซีสเต็มส์ ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินของบริษัท เอพีเอส คล็อค ซีสเต็มส์ จำกัด กับพวก จำนวน 82 รายการ รวมจำนวน 62,183,563.07 บาท พร้อมดอกผล ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ
3. คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ปปง. ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์เป็นแกงค์คอลเซ็นเตอร์ ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาค 6 จำนวน 13 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 19,800,000 บาท ซึ่งต่อมาพบว่าผู้กระทำความผิดมีการทำงานเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทั้งในประเทศไทย จีน และไต้หวัน จึงส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นั้น
สำนักงาน ปปง. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการสืบสวนขยายผล โดยต่อมาคณะกรรมการธุรกรรมได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายทวีศักดิ์ สุจริตวัฒนะนนท์กับพวก ซึ่งร่วมอยู่ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ในวันนี้ 13 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 23/2560 ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินประเภทเงินฝากในบัญชีธนาคารของนายทวีศักดิ์ สุจริตวัฒนะนนท์กับพวก รวม 120 บัญชี มูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. จะทำการสืบสวนขยายผลและดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของเครือข่ายแกงค์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อติดตามทรัพย์สินคืน สู่ประชาชนผู้เสียหายและแผ่นดินต่อไป

