วันที่ 15 ธันวาคม 2560 นายสำรวย มณีวงษ์ อายุ 58 ปี และนางบุษบา มณีวงษ์ อายุ 50 ปี สองสามี-ภรรยา ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ทำนาบัวและทำนาปลูกข้าว ได้เก็บตัวอย่างซากรากต้นบัวที่ปลูกไว้ประมาณ 60 ไร่ และซากต้นข้าวที่ปลูกไว้อีกประมาณ 80 ไร่ ทั้งสองอย่างกำลังออกดอกออกรวงใกล้เก็บเกี่ยวแล้วที่รากเน่าอยู่ในน้ำขึ้นมาให้ผู้สื่อข่าวดู หลังจากได้รับผลกระทบจากน้ำเสียไหลลงมาจนนาบัวและนาข้าวได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้เลย
สาเหตุมาจากน้ำเสียจากฟาร์มหมูที่อยู่ใกล้เคียงไหลลงมาจนทำให้รากบัว เมล็ดข้าวเน่าเสียหายทั้งหมดมากกว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของเกษตรกรรายอื่นๆ อีกที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำขี้หมูเช่นกัน
นายสำรวยและนางบุษบา สองสามี-ภรรยาเจ้าของนาบัวและนาข้าวกล่าวว่า ตนมาเช่าพื้นที่เพื่อทำนาบัวและทำนาปลูกข้าวมาหลายปีแล้ว ซึ่งนาข้าวจะทำตามฤดูกาล แต่นาบัวนั้นจะเก็บดอกและไหลบัวไปขายทุกอาทิตย์ เก็บต่อครั้งจะได้ครั้งละประมาณ 2,000 บาท ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวและส่งดอกเบี้ยเงินกู้จาก ธ.ก.ส. แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาน้ำขี้หมูจากฟาร์มใกล้เคียงก็ได้ไหลทะลัก โดยที่ไม่ได้ไหลออกมาตามธรรมชาติ แต่ไหลออกมาแบบใช้เครื่องดัน ทำให้ปริมาณน้ำในนาบัวและนาข้าวนั้นสูงขึ้นมาก และทั้งบัวทั้งข้าวก็เริ่มรากเน่าเสียหายล้มตายเป็นจำนวนมาก เพราะน้ำจากฟาร์มหมูส่วนใหญ่มีการผสมโซดาไฟล้างคอก เมื่อผสมลงไปในน้ำเป็นสาเหตุทำให้รากเน่า เก็บดอกบัวไม่ได้มาเกือบเดือนแล้ว
“ตอนนี้ไม่มีรายได้อะไรเลย เคยไปแจ้งทางฟาร์มแล้ว เขาก็บอกว่าจะให้เงินชดเชยเพียงแค่ 20,000 บาท แต่ตนไม่เอา เพราะตนนั้นลงทุนไปมากกว่าเงินชดเชยที่ให้ และจะให้ตนนั้นลดพื้นที่การปลูกลง ซึ่งตนก็บอกว่าทำไม่ได้เพราะตนเป็นหนี้ ธ.ก.ส.เยอะ จึงได้เช่าพื้นที่ไว้เยอะเพื่อจะได้มีรายได้เก็บเงินไว้ใช้หนี้ เคยไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องก็เงียบ ตนจึงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงต้องยอมตักหน้าดินในที่ดินของตนเองขายเพื่อจะได้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาตรวจสอบการปล่อยน้ำของฟาร์มหมูด้วย เพราะที่ผ่านมาทราบว่าทางหน่วยงานทหารสั่งห้ามไม่ให้มีการปล่อยน้ำขี้หมูออกมาอย่างเด็ดขาด แต่ตอนนี้ทำไมถึงปล่อยออกมาได้ จึงอยากวอนให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือด้วย”
อย่างไรก็ตาม หลังทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ราชบุรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับได้ส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดทราบเพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาต่อไป

