‘บิ๊กอู๋’ สั่งการช่วย 51 แรงงานโดนหลอก เอาผิดจัดหางานไม่ถูกกฎหมาย

15.12.17 | 12:17 น.

รมว.แรงงานสั่งการช่วยเหลือแรงงาน 51 คนที่ถูกนายหน้าหลอกโอนเงินเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ประสานงานกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีจัดหางานผิดกฎหมาย และกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้แรงงานถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศให้เห็นผล

นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน (ศปก.รง.) ครั้งที่ 7/2560 ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งให้การช่วยเหลือแรงงานทั้ง 51 คนที่ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานต่างประเทศ เชิดเงินค่าเดินทางไปประมาณคนละ 60,000-80,000 บาท โดยกระทรวงแรงงานจะประสานงานกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับนายหน้ากรณีจัดหางานผิดกฎหมาย และหาแนวทางในการช่วยเหลือแรงงานทั้ง 51 คน รวมทั้งมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้แรงงานถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศอีก โดยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ช่องทางการหางานที่ถูกกฎหมายขึ้นใหม่ ส่วนกรณีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล แสดงความกังวลและห่วงใยคนไทยที่เสียชีวิตในสาธารณรัฐเกาหลีที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานในลักษณะผิดกฎหมายนั้น ได้สั่งการให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เข้าไปดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยที่เสียชีวิต โดยให้การช่วยเหลือในการนำศพกลับมายังประเทศไทยส่งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้ความรู้ในการดูแลเอาใจใส่สุขภาพอย่างถูกต้องแก่แรงงานที่ทำงานอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลี

ทั้งนี้ แรงงานไทยที่ประสงค์จะไปทำงานที่สาธารณรัฐเกาหลีต้องดำเนินการผ่านกรมการจัดหางานเท่านั้น เพราะถ้าหากแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานในลักษณะผิดกฎหมายจะไม่ได้รับการคุ้มครอง ไม่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายท้องถิ่น และมักประสบปัญหาการถูกหลอกเอารัดเอาเปรียบจากนายหน้า และถูกกดขี่จากนายจ้างให้ทำงานหนัก เมื่อเจ็บป่วยต้องรับการรักษาพยาบาล แรงงานผิดกฎหมายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่มีจำนวนสูงมากจากโรงพยาบาล ซึ่งหากเสียชีวิตต้องมีค่าบัตรโดยสารเครื่องบินหรือค่าจัดการขนส่งศพกลับประเทศไทยด้วย โดยค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลในสาธารณรัฐเกาหลีถือว่าสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

“ทั้งนี้ รมว.แรงงานได้เน้นย้ำว่า การดูแลแรงงานไทยทั้งในและต่างประเทศต้องทำงานแบบบูรณาการข้ามหน่วย ข้ามประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลช่วยเหลือได้อย่างรอบด้านและรวดเร็ว” นางเพชรรัตน์กล่าว