หน้าแรก ในประเทศ คับคั่ง! นักธ...

คับคั่ง! นักธุรกิจร่วมงาน ‘เชียงใหม่ 2018…จุดเปลี่ยน ประตูสู่โอกาส’ รมว.คมนาคมสัญญาจะทำเชียงใหม่ให้ดีที่สุด

15.12.17 | 14:47 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ที่ห้องลานนา บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมแชงกรี-ลา จ.เชียงใหม่ หนังสือพิมพ์ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ จัดสัมมนา เชียงใหม่ 2018…จุดเปลี่ยน ประตูสู่โอกาส มีนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) นายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพร พนัสอำพล เลขาธิการสภาอุตสหากรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนักธุรกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ รวมทั้งประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนาอย่างคับคั่ง

นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพสูง และโดดเด่นมากในเรื่องการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ ที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดอย่งมาก และธุรกิจการบริการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เติบโตก้าวกระโดด 20% ตั้งแต่ปี 2557 มีจำนวนนักท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา 9.2 ล้าน และปีนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนเศษที่ผ่านเข้าการท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 21 ล้านคน ดังนั้นในปี 2018 หรือปี 2561 เชียงใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เป็นสิ่งที่เราต้องมาวิเคราะห์ในแง่ของความเจริญและความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การแพทย์และสุขภาพ ว่าเราจะขับเคลื่อนไปอย่างไร โดยผ่านมุมมองภาคธุรกิจที่มาร่วมแลกเปลี่ยนในการสัมมนาในวันนี้

ทั้งนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘เชียงใหม่…เชื่อมเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก’ ว่า ความชัดเจนจะเห็นว่าเชียงใหม่ในปัจจุบันรถติดมาก จนพูดไม่ออกตั้งแต่ลงจากสนามบิน แม้การแก้ไขจะทำได้บาส่วนแต่ยังไม่ดีมากนัก การเชื่อมเศรษ การทำงานของรัฐบาลนี้เป็นระบบมาก โดยมีการทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และออกมาเป็นกฎหมายโดยมีกรอบกำหนดไว้ชัดเจน ต่อไปไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องทำให้บรรลุเป้าหมาย และเริ่มมีแผนปฏิบัติทุก 5 ปี และต้องการบรรลุในข้อไหน และยังมีการปฏิรูปไปด้วย เพราะเป็นเรื่องคู่กันไป เช่น การปรับโครงสร้างราชการที่เด่นชัด คือ ดิจิทัลอิคอนอมี่เพื่อพัฒนาระบบ การจะปรับตัวเองต้องเข้าใจยุทธศาสตร์ของประเทศ ปัจจุบันหมดยุคของการทำอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้ปัญญาและเครื่องมือ ที่เข้าสู่ประเทศไทย 4.0

การคมนาคมขนส่ง มีหน้าที่ทำให้การพัฒนารายได้อาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนมีความสะดวดสบาย แต่ปัจจุบันคมนาคมก็ยังไปไม่ถึง 4.0 เพราะจะทำอย่างไรให้การคมนาคมพื้นฐานมีประสิทธิภาพ อาทิ ถนน พร้อมหรือยังก็ยัง แม้จะขยับมาเป็นยางมะตอย คอนกรีต แต่ยังไม่ตอบโจทย์การนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่เต็มร้อย อันที่ 2 รถไฟ 4,000 กิโลเมตร วันนี้น้ำมันราคาถูกก็ยังไม่กังวล แต่หากเราอยู่ในยุคน้ำมันราคาแพงการขนส่งทางถนนก็ต้องขยับมาเป็นรถไปเพื่อประหยัดการขนส่งของภาคธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันยังใช้แค่ 5% เท่านั้น การลงทุนรางให้มากขึ้นยังไม่ส่งผลในแง่การพัฒนา 3 ปีที่ผ่านมาเราลงทุนระบบรางมากขึ้นแต่ยังขาดระบบการเชื่อมต่อ โดยเฉพาะอิเลคทรอนิกส์และดิจิทัล เพื่อให้ใช้บัตรใบเดียวได้ครอบคลุมทั้งระบบ ตามมาด้วยกรีนแอนด์เซฟ คือปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Advertisement

ปัจจุบันอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงมาก ในขณะที่การเดินทางโดยรถไปละเครื่องบินปลอดภัยกว่า ดังนั้นทำอย่างไรให้ถนนมีความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อม และอันที่สามคือ ต้องมีความเท่าเทียมกันทั้งประเทศในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานซึ่งกำลังพยายามทำให้ได้ ในส่วนของสนามบินนั้นก็ต้องมีความเชื่อมต่อระยะทาง 30-40 กิโลเมตร เชียงใหม่ไม่ต้องกังวลหากสนามบินไม่ได้อยู่ที่เชียงใหม่ เพราะทุกจังหวัดต้องเติบโตไปด้วยกัน สุดท้ายคือเทคโนโลยี ดิจิทัลอิคอนอมี่ ที่รัฐบาลคำนึงถึงที่สุด การใช้ QR Code ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะยังไม่เท่าเทียมกันแต่ทุกอย่างต่อค่อยๆ ปรับตัวไป ใน 4 มิติ ของการคมนาคมขนส่ง เพื่อความยั่งยืนตามความต้องการของรัฐบาล 10 ปีข้างหน้า สังคมไทยก้าวสู่ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ ที่เราต้องให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องคมนาคมขนส่งที่ปลอดภัยและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

นายอาคม กล่าวว่า มาที่ภาคเหนือ เชียงใหม่ควรทำแบบสนามบินภูเก็ต เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเชื่อมถึงกันกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อนาคตเชียงใหม่ต้องมีอีกหนึ่งสนามบิน เพราะเราเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เกษตร และอุตสาหกรรม แต่ต้องมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เชียงใหม่มีบรรยากาศในการทำงานที่ดีดึงดูดเด็กๆ ให้ทำงานแบบสร้างสรรค์ ซึ่งเชียงใหม่มี TCDC เราต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ในขณะที่เชียงใหม่มีโอกาสในเรื่องโลจิสติกส์ การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ การขายออนไลน์ แล้วคนมาจากไหน ซึ่งเป็นได้ 3 แบบ คืออยู่อาศัย อพยพมามีบ้านพักตากอากาศ และแบบไปๆ มาๆ ถามว่าเชียงใหม่ต้องการอะไร รับนักท่องเที่ยว 5 เท่าจากประชากรที่มีกว่า 1.2 ล้านคน รับไม่ไหวปัญหาเกิด แม้รายได้เข้ามาต้องดูว่าสูงหรือต่ำ เกิดความแออัด จราจรหนาแน่น

ในอีกส่วนคือ การเปิดจุดสถานีขนส่งสินค้า และรถไฟทางคู่ภาคเหนือ ลพบุรี ปากน้ำโพ รัฐบาลนุมัติแล้ว แต่เส้นเชื่อมต่อจากปากน้ำโพมาเชียงใหม่กำลังคุยกัน เส้นเด่นชัย เชียงราย เชียงของ เส้นใหม่ที่คุยกัน หากรถไฟทางคู่เสร็จเวลาจะสั้นลงจาก 12 ชั่วโมง อยากไปเร็วก็เลือกเครื่องบิน แต่จะไม่ได้เห็นธรรมชาติข้างทาง หรือจะเลือกรถไฟความเร็วสูงก็ออกข่าวแล้วว่าราคา 1.8 พันบาท แม้การลงทุนสูงแต่ต้องกัดฟันทำให้ได้ใน 50 ปี เพื่อการพัฒนาประเทศแบบภาพรวม ให้เกิดการเดินทางไปมามีการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้น เกิดร้านกาแฟ ร้านสินค้าโอท๊อปในและนอกสถานี ความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่ ก็คุยกันมา 2 ปีแล้ว มีการศึกษากันมาเราขอให้ทำ 2 ระยะ คือ กรุงเทพ-พิษณุโลก และพิษณุโลก-เชียงใหม่ ซึ่งนายกฯ อยากให้ทำที่ละสถานีแล้วเปิด วานนี้ก็มีการคุยกับทั้งทางจีน และไจก้า ญี่ปุ่นว่าจะซอยระยะทางลงมา ก่อนที่จะเจรจาให้สร้างและซื้อรถไฟ ทยอยสร้างไปเรื่อยๆ ญี่ปุ่นเขาก็เห็นด้วย อาจะเริ่มต้นช้าแต่หากตั้งตัวได้ก็จะเร็ว

ส่วนสนามบินแม่สอด จ.ตาก ก็ต้องมีเชื่อมโยงกันภายในกลุ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายรันเวย์ การที่รถติดเราจะทำอย่างไรพูดกันมานานมาก เชียงใหม่ถึงเวลานำขนส่งสาธารณะเข้ามา สนข. ศึกษามานานแล้วว่าควรเป็นระบบรางเบา เตรียมเสนอคณะ คจร. มีทั้งหมด 3 เส้นทาง แดง น้ำเงิน เขียว แต่เชียงใหม่ค่อนข้างยากลำบากในการออกแบบเพราะเป็นเมืองเก่า โบราณสถาน ต้องศึกษาให้ดี แต่เชื่อว่าจะคุ้ม

หากถามว่าแล้วจะเชื่อมโลกอย่างไร เอาใกล้ๆ ก็จีน ที่มีการบูมอยู่ระยะหนึ่งหลังสะพานแล้วเสร็จ เชียงใหม่ด้านหนึ่งเชื่อมเมียนมาที่เรียกร้องให้เปิดด่าน เปิดถนนทรีเวย์ลดระยะการเดินทาง เจาะอุโมงค์ไม่เก็บเงิน เชียงใหม่กำลังจะเสนอเรื่องเข้ามา เศรษฐกิจโลกที่ใกล้ๆ ก็โครงการเส้นทางสายไหมของจีน เชื่อมระหว่างท่าเรือ และจีนไปยุโรปวันนี้ไปรถไฟได้แล้วแต่หลายต่อต้องเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าอยู่หลายครั้งซึ่งเป็นเรื่องปกติ ส่วนของไทยก็มีกรุงเทพ-คุนหมิง-ลาว มีกำหนดการเริ่มก่อสร้างวันที่ 21 ธันวาคมนี้ที่ปากช่อง ส่วนของเชียงใหม่ให้ใจเย็นเพื่อให้ได้ของดี ปัญหาหลักของเชียงใหม่คือการคมนาคมขนส่ง ช่วงจอมทองที่จะขยาย 4 ช่อง และหางดง เพราะเราเป็นเมืองสวยงามมากที่สุดมีเอกลักษณ์แม้จะสร้างถนนก็มีอุโมงค์ที่เข้ากับเมือง ไม่มีโอเวิร์พาสที่บดบังทัศนียภาพบดบังความงดงาม

ตัวจังหวัดต้องแก้ระบบขนส่งสาธารณะระบบรางเบา สนามบินที่อยู่ระหว่างการเสนอ เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนสะดวกสบาย และเมื่อต้องรับนักท่องเที่ยวมากถึง 10 ล้าน ตัวสนามบินเดิมจะมีการสร้างที่จอดรถและตัวอาคารหลังใหม่รองรับ 20 ล้านคน ขยายช่องทางจราจรให้ได้ 6 ช่อง และสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูน ใช้เวลา 1 ปี ในการออกแบบและก่อสร้างปี 2563 หลังอาคารสนามบินเก่าแล้วเสร็จพอดี และต้องมีการจัดการบริหารการเดินทางให้ดีระหว่าง 2 สนามบิน โดยใช้เทคโนโลยี แอปพลิเคชั่นเข้ามาช่วยให้เกิดความคล่องตัวในเชียงใหม่ให้มากกว่าเดิม และพยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเมืองเชียงใหม่ นายอาคม กล่าว