ในระหว่างการประชุมตามโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพบสื่อมวลชนท้องถิ่น ที่โรงแรมมรกต อ.เมือง จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายไพสิฐ เกตุสถิตย์ เกษตรจังหวัดชุมพร และ นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อน
นายณรงค์ กล่าวว่า หลังจากตนนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดมรกต อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อและส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของภาคใต้ ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน 2 ข้อคือ
1.ขอให้อำเภอที่มีการปลูกทุเรียนร่วมกับเกษตรอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกตรวจสอบสวนของเกษตรกรอยู่เสมอและช่วยกันประชาสัมพันธ์รณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ทุเรียนอ่อน และ
2.ขอให้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ (ชุด ฉก.) ออกตรวจสอบ “ล้ง” หรือจุดรวบรวมทุเรียน และสุ่มตรวจแผงจำหน่ายทุเรียนข้างทาง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจรถบรรทุกที่อาจนำทุเรียนอ่อนเข้ามาในช่วงกลางคืน โดยนำกฎหมายโทษขั้นสูงสุดมาบังคับใช้ เพื่อป้องปรามมิให้มีการตัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด และขอให้จัดอบรมการตัดทุเรียนที่ถูกต้องแก่คนตัดทุเรียน
นายประสพชัย กล่าวว่า ช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นช่วงของทุเรียนนอกฤดูหรือทุเรียนทวายซึ่งปกติราคาจะอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากผลผลิตมีน้อยและออกตรงช่วงฤดูหนาวของประเทศจีน แต่ในปี 2560 สภาพลมฟ้าอากาศแปรปรวน ต้นปีมีสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ผลผลิตลดลง 15-20% การค้าทุเรียนตามฤดูก็มีช่วงเวลาสั้นๆ คือ 1-1 เดือนครึ่งคือแค่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเท่านั้น ส่วนช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ก็มีทุเรียนออกสู่ตลาดน้อยมาก จึงทำให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 140-150 บาท และสภาพอากาศที่แปรปรวนกลับทำให้ดอกทุเรียนบางชุดเจอฝนในช่วงเดือนเมษายน ยืดเวลาออกดอกติดผลในเดือนกรกฎาคม ทำให้ทุเรียนตามธรรมชาติ (หลงฤดู) ออกมาทับซ้อนกับทุเรียนทวาย จึงทำให้ราคาผันผวน บางพื้นที่มีการรีบตัดทุเรียนหนีน้ำท่วม รวมทั้งยังมีทุเรียนแกะเนื้อแช่แข็งระบายออกสู่ตลาด แข่งกับทุเรียนจากเวียดนามด้วย
“จังหวัดชุมพรได้มีคำสั่งด่วนให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด ประกอบด้วยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 3-4 ชุมพร ออกตรวจสอบแผงรับซื้อ-ขายทุเรียนริมถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นขาล่อง ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2560 และจะทำอย่างต่อเนื่องจนถึงปีใหม่ การแก้ปัญหาเรื่องนี้ควรให้ทุกแผงปิดป้ายแสดงราคา ผู้ซื้อควรถ่ายภาพผู้ค้า แผงทุเรียน และป้ายชื่อร้านทุกครั้งที่ซื้อทุเรียนด้วย” นายประสพชัย กล่าว
นายไพสิฐ กล่าวว่า จังหวัดชุมพรได้แต่งตั้งคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนระดับอำเภอ โดยมีข้อสรุปว่า การตัดทุเรียนในสวนต้องมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบแล้วรายงานให้นายอำเภอและคณะทำงาน มีแบบบันทึกรายงานการตัดทุเรียนเพื่อใช้เป็นหลักฐานจากสวนสู่ผู้ประกอบการหรือโรงคัดแยก และให้มีการตั้งด่านตรวจทุเรียนที่ขนส่งจากสวนโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขณะนี้มีการตั้งด่านตรวจสอบทุเรียนแล้วที่ อ.พะโต๊ะ บริเวณหน้า อบต.ปังหวาน ที่ อ.หลังสวน ที่บริเวณหมู่ 6 บ้านห้วยหอย ต.บ้านควน และที่ ต.วิสัยเหนือ อ.เมืองชุมพร ซึ่งยังไม่พบปัญหาทุเรียนอ่อนแต่อย่างใด

