เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความแตกต่างการพิจารณาการพักโทษกรณีพิเศษ กับกรณีปกติว่า การพิจารณาพักการลงโทษของผู้ต้องขังนั้น จะมีคณะกรรมการพักการลงโทษ ซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ เช่น อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้แทนกรมสุขภาพจิต ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้แทนสํานักงานศาลยุติธรรม และผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุดเป็นกรรมการ
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า โดยคณะกรรมการจะพิจารณารายชื่อนักโทษที่ต่างเรือนจำแต่ละแห่งเสนอขั้นมา ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ หากเป็นการพักโทษกรณีปกติ จะมีหลักเกณฑ์หลักๆ คือต้องจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จก็จะเสนอไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อลงนามเสนอให้พักโทษ นักโทษที่เข้าหลักเกณฑ์ ส่วนการพักโทษกรณีพิเศษ เช่นกรณีของนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ นั้น คณะกรรมการชุดเดียวกันพิจารณา แต่หลักเกณฑ์ของพักโทษกรณีพิเศษ ต้องจำคุกมาแล้ว 1 ใน3 เป็นนักโทษชรา 70 ปี มีเหตุเช่นป่วยร้ายแรง คณะกรรมการจะให้กรมราชทัณฑ์ เสนอ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งเป็นการทำงานตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เหตุที่ต้องให้พักโทษกรณีมีเหตุพิเศษของนายสมชาย เพราะเข้าโครงการดังกล่าว คณะกรรมการก็เสนอไปยังผู้มีอำนาจตามกฎหมาย คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
“กรมราชทัณฑ์ทำทุกอย่างตามขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างว่ากันไปตามขั้นตอนหลักเกณฑ์” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับเรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรงหรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป พ.ศ.2560 ที่คณะกรรมการพักโทษพิจารณานั้น กรมราชทัณฑ์ได้การประกาศ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 มีนายกอบเกียรติ กสิวิฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม ซึ่งโครงการลักษณะดังกล่าวจะมีทุกปี และเมื่อประกาศแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการเรือนจำ ผอ.ทัณฑสถาน แต่ละแห่งก็จะมีกรรมการเรือนจำ เพื่อคัดเลือกพิจารณาผู้ต้องขังที่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่ประกาศ สนอรายชื่อมาตามลำดับขั้นก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ

