เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม ร.ต.อ.ศรีไพร บุญกลาง รอง สว.(สอบสวน) สน.หนองแขม รับแจ้งเหตุรถกระบะชนท้ายรถ 18 ล้อบรรทุกถังก๊าซ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณป้ายรถประจำทางด้านหน้าปากซอยเพชรเกษม 81 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. จึงประสานรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตหนองแขม หน่วยแพทย์กู้ชีพ รพ.วิชัยเวช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 3 เลน พบรถ 18 ล้อ บรรทุกถังก๊าซเชื้อเพลิง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-6176 สมุทรสาคร ของบริษัท ธนชาติปิโตรเลียมไทย จำกัด จอดอยู่ในช่องทางเดินรถที่ 2 ในสภาพถูกพุ่งชนท้ายเข้าที่ล้อหลังด้านขวาจนรถไม่สามารถแล่นต่อไปได้ ส่วนคู่กรณีเป็นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน 3กค 7730 กรุงเทพมหานคร หมุนคว้างจากแรงกระแทกขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนนไกลกว่า 15 เมตร ตัวถังด้านหน้าพังยับ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสซึ่งขับขี่และโดยสารมากับรถกระบะทั้งสิ้น 7 ราย
แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บที่นั่งอยู่ท้ายกระบะด้านหลัง จำนวน 3 ราย ร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง นอนร้องครวญครางอยู่ตามพื้นถนน ทราบชื่อคือ นายวีรยุทธ สอนพงษ์ อายุ 21 ปี, นายสำราญ ธรรมพร อายุ 25 ปี และนายธนวัตร คำเสียง อายุ 25 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.วิชัยเวช สาขาอ้อมน้อย ส่วนคนเจ็บอีก 4 ราย ถูกอัดก๊อบปี้อยู่ในห้องโดยสารของรถกระบะในสภาพร่างเกยกัน ทราบชื่อคือ นายมนตรี จิตรเจือ อายุ 27 ปี, นายอภิวัฒน์ คำพระคุณ อายุ 26 ปี, นายชาญวิทย์ แสงคำ อายุ 26 ปี และนายกฤษฎา ประทุมมาศ อายุ 33 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.วิชัยเวช สาขาหนองแขม

จากการสอบสวน นายชิตชัย เขียวงามดี อายุ 32 ปี พนักงานขับรถบรรทุกก๊าซ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากบริษัทย่านกระทุ่มแบน มุ่งหน้าไปรับก๊าซที่โรงงานย่านถนนพระราม 3 มาเต็มอัตราบรรจุ โดยระหว่างที่กำลังนำรถกลับไปจอดที่บริษัท จู่ๆ รถกระบะคู่กรณีก็แล่นมาด้วยความเร็วสูงก่อนพุ่งชนท้ายรถตนอย่างจังเสียงดังสนั่น ทำให้รถกระบะหมุนคว้างขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งตนสันนิษฐานว่าทั้งคนขับและผู้โดยสารทั้งหมดที่มากับรถกระบะ น่าจะเพิ่งไปดื่มสังสรรค์กันมาด้วย เนื่องจากได้กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โชคดีที่อุบัติเหตุไม่ได้ส่งผลถึงถังบรรจุก๊าซไม่เช่นนั้นเหตุการณ์อาจบานปลายไปมากกว่านี้
ด้าน ร.ต.อ.ศรีไพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ขับขี่รถกระบะ เนื่องจากตอนเกิดเหตุมีความชุลมุนวุ่นวายมาก ประกอบกับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 ราย ก็ยังไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากแพทย์อยู่ระหว่างยื้อชีวิตโดยหลังจากนี้จะประสานให้บริษัทขนส่งก๊าซนำรถบรรทุกถังเปล่ามาถ่ายก๊าซจากรถคันที่ประสบอุบัติเหตุออกไปให้หมดเสียก่อนเพื่อป้องกันอันตราย จากนั้นจะให้รถยกขนาดใหญ่มาดำเนินการนำรถคู่กรณีทั้ง 2 คันออกให้พ้นผิวการจราจร คาดว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมงจะเสร็จสิ้น ส่วนคู่กรณีซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะนั้นจะติดตามไปสอบสวนที่โรงพยาบาลว่าคือผู้ใด ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


