เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตเร่งพัฒนาช่องทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ให้บริการปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเพื่อคลี่คลายทุกข์ทางใจเบื้องต้น และแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ในปี พ.ศ.2560 นี้มีประชาชนโทรใช้บริการ 4 แสนกว่าสาย เพิ่มจากปี พ.ศ.2559 ประมาณ 3 เท่าตัว แต่เจ้าหน้าที่สามารถรับสายให้บริการได้เพียง 62,418 สาย สาเหตุที่รับสายได้น้อยเนื่องจากมีผู้โทรป่วนเข้าไปมากถึง 1 แสนกว่าสาย เฉลี่ยชั่วโมงละ 11 สาย ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นวัยรุ่นที่คึกคะนองอยากลองโทรป่วน และที่น่าตกใจพบว่าร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 30,000-40,000 สาย เป็นสายเซ็กซ์คอล (Sex call) พูดจาลวนลามเจ้าหน้าที่ผู้หญิง บางคนโทรถี่วันละ 6 ครั้ง
“ขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีปัญหาสุขภาพจิต หยุดโทรรบกวนสายด่วน 1323 เนื่องจากจะทำให้ผู้ที่มีปัญหาเดือดร้อนใจต้องการที่พึ่งพิงทางใจหรือที่ปรึกษา ณ เวลานั้นๆ โทรไม่ติดและขาดโอกาสได้รับคำแนะนำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดถึงแก่ชีวิตได้ เช่น กรณีผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือผู้ที่มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เป็นต้น ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตนี้หากไม่ได้รับแก้ไขอย่างรวดเร็วก็จะสะสมและมีความรุนแรงขึ้น อาจก่อปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อสังคมได้เช่นกัน” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว และว่า สำหรับกลุ่มที่มีพฤติกรรมเซ็กซ์โฟนหรือโรคโทรศัพท์ลามกอนาจาร ซึ่งศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า “เทเลโฟน สแก็ตโตโลเจีย” (Telephone Scatologia) จัดอยู่ในกลุ่มของกามวิปริต เชื่อว่าเกิดมาจากปริมาณฮอร์โมนเพศชายมีมากกว่าปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในสมอง รวมทั้งเกิดมาจากปัจจัยทางจิตใจ
น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวว่า ที่สำคัญคือปมด้อย (inferiority) ในเรื่องเพศของตนเอง เช่น เรื่องขนาด การมีเพศสัมพันธ์ทำให้ไม่มีความมั่นใจ หรือไม่มีความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อมีแรงขับทางเพศเกิดขึ้น จึงเลือกระบายออกโดยใช้โทรศัพท์เพื่อสร้างความมั่นใจในระดับจิตใต้สำนึก อาการของกามวิปริตนี้รักษาให้หายขาดได้ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหานี้หรือผู้ที่มีญาติป่วยหรือมีเพื่อนฝูงคนรู้จักป่วยเป็นโรคนี้ สามารถไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่ง อย่าอายหมอ เพราะหากไม่ได้รับรักษา ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมนี้ไปตลอดชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่เป็นโรคกามวิปริตเข้ารับการรักษาน้อยมากเพียง 1 ใน 4 หรือประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยเท่านั้น


