เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 12 ระบุว่ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทย มีผลกระทบกับอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากลมแรงและคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 18-23 ธันวาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพคลื่นลมในพื้นที่จ.สงขลา พบที่แหลมสนอ่อน หาดสมิหลา หาดเก้าเส้ง มีคลื่นสูงมาก จังหวัดสงขลาได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวงดลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ขณะที่บริเวณหาดบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา พบคลื่นซัดมาถึงถนนสายสงขลา-ตลิ่งชัน ทำให้การสัญจรไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือควรหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง นอกจากนี้พบชาวประมงส่วนใหญ่จอดเรือหลบคลื่นบริเวณหลังแนวกันคลื่นจำนวนมาก
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สิงหนคร จ.สงขลา และ เทศบาลเมืองสิงหนคร นำรถบรรทุก พร้อมกำลังพลเข้าช่วยประชาชนหมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหานคร ขนย้ายทรัพย์สิน หลังจากเกิดเหตุคลื่นซัดถล่มชายฝั่งอย่างรุนแรง ทำให้บ้านเรือนประชาชนริมชายฝั่งอ่าวไทยได้รับความเสียหาย และมีความเสี่ยงบ้านพังทั้งหลัง โดยอพยพประชาชน 52 ครัวเรือน 141 คนออกจากบ้านพักอาศัย ส่วนหนึ่งอพยพไปอยู่บ้านญาติ อีกส่วนหนึ่งไปอาศัยในสถานที่ที่ส่วนราชการจัดให้ รวมทั้งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต่อมานายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นายอำเภอสิงหนคร เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพ พร้อมรายงานเหตุด่วนสาธารณภัยคลื่นลมแรง ไปยังจังหวัดสงขลา เพื่อพิจารณาประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อเร่งรัดให้ความช่วยเหลือประชาชน
นายเสถียร ศรีสมุทร อายุ 79 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.หัวเขา กล่าวว่า อาศัยอยู่ที่ชุมชนมาตั้งแต่ ปี 2500 ยังไม่เคยประสบปัญหาคลื่นลมแรงเช่นนี้มาก่อน ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ก่อนหน้านี้จะมีชายหาด ต้นสน เป็นเกราะกำบังชุมชน แต่ต่อมาคลื่นซัดฝั่งทำให้ชายหาด ต้นสนเสียหาย และคลื่นถล่มมาจนถึงชุมชน ได้รับความเดือดร้อน หลังคลื่นลมสงบจะกลับเข้าอาศัยในชุมชนเช่นเดิม
นายผิน งามกำเนิด ชาวบ้านผู้ประสบภัย กล่าวว่า เพิ่งสร้างบ้านได้เพียง 3 ปี กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา มีคลื่นซัดถล่มอย่างต่อเนื่องถึงวันนี้ มีน้ำทะเลทะลักเข้ามาในบ้าน ทำให้ไม่สามารถนอนได้ จึงต้องขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้าน เนื่องจากเกรงบ้านจะพังเสียหายและเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ปนอนพักบ้านญาติ

