ไต้หวันจนมุมสนามบิน ขนอุปกรณ์11รายการต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าประเทศ

18.12.17 | 18:01 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย ผกก.3 บก.ทท.1 พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท. นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ นายธนิต วัฒน์ธนนันท์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร จับกุม นาย หวัง จิง ติง อายุ 20 ปี สัญชาติ ไต้หวัน ผู้ต้องหานำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 166 และ 252 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 259/5 ในประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามมาตรา 269/6 ประมวลกฎหมายอาญา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นาย หวัง จิง ติง เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จากไทเปมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผลการตรวจค้นพบสินค้า มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ประเภทอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ สำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน พร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคคลอื่นและเอกสาร รวม 11 รายการ เครื่องรับรหัสการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือ TOKEN และบัตร UNION PAY 58 ชุด และซิมการ์ดโทรศัพท์ 11 อัน โดยตรวจพบสินค้าทั้งหมด อยู่ในลักษณะถูกจัดแบ่งเป็นชุด บรรจุอยู่ในซองเอกสาร 11 ซอง เก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทางชนิดลาก

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สอบสวนนาย หวัง จิง ติง ให้การเบื้องต้นว่าเดินทางมาจากนครไทเป สาธารณรัฐจีน นำสิ่งของดังกล่าวมาด้วยเนื่องจากมีคนรู้จักว่าจ้างให้นำมาส่ง โดยมีผู้รับในประเทศไทย จะมารับของที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง โดยที่ไม่ทราบว่าของดังกล่าวจะนำไปใช้อย่างไร

รองผบช.ทท. กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหารับว่าเมื่อส่งของกลางที่ยึดได้เสร็จจะเดินทางกลับประเทศในช่วงค่ำวันนี้ เบื้องต้นสืบสวนและตรวจสอบของกลางทั้งหมด เชื่อว่า นาย หวัง จิง ติง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศไต้หวัน ที่มาใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำความผิด จะสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ทั้งนี้ได้ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมสืบสวนสอบสวนแล้ว

Advertisement