ดีเอสไอ ล่อตัวแม่แชร์ลูกโซ่ “พีกาซัส ตุ๋นค้าทอง” ออกจากถ้ำ ใช้กลอุบายซ้อนแผนร่วมลงทุน ก่อนรวบกลางล็อบบี้ รร.
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รักษาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ พร้อมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าจับกุมตัวนางศุทธา หน่อสกูลคม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2336/2560 คดีพิเศษที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ กรณีการหลอกลวงประชาชนร่วมลงทุนกับบริษัท พีเอ็มบี พีกาซัส (ไทยแลนด์) จำกัด ที่อ้างว่าเป็นบริษัทค้าทองคำจากต่างประเทศ ซึ่งในทางสอบสวนพบว่าลักษณะธุรกิจตามที่กล่าวอ้างไม่ได้มีอยู่จริง ทำให้ผู้หลงร่วมลงทุนเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
นายปิยะศิริกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการร้องเรียนจากเจ้าทุกข์ว่านางศุทธายังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงกลุ่มบุคคลให้ร่วมลงทุนในลักษณะดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยจะพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯและหาดใหญ่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงไปยื่นขอหมายศาลเพื่ออนุมัติหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเพื่อติดตามจับกุมจนได้ตัวนางศุทธา สำหรับนางศุทธามีพฤติกรรมในการชักชวนให้ประชาชนลงทุนในธุรกิจค้าทองคำตัวใหม่ และธุรกิจที่เข้าลักษณะแชร์ลูกโซ่อีกหลายตัวอยู่ในปัจจุบัน
รายงานข่าวระบุว่า พนักงานสอบสวนได้วางแผนเข้าจับกุมนางศุทธาภายในล็อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยล่อให้นางศุทธาปรากฏตัวโดยทำทีเป็นสนใจจะร่วมลงทุน จากนั้นจึงซ้อนแผนจับกุมตัว ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนพร้อมหมายจับกุมนางศุทธาที่เดินทางมาพร้อมกับสามีก็มีอาการตกใจ หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวมายังกรุงเทพฯเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการยื่นฝากขังต่อศาลอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงปี 2558 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้นำกำลังพร้อมหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 133/6 หมู่ 1 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของนางศุทธา สมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปลงทุนในทองคำกับบริษัท พีเอ็มบี เพกาซัส (ไทยแลนด์) จำกัด และ Pegasus Bullion Limited ผลการตรวจค้นปรากฏพบทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ โฉนดที่ดิน เงินสด เพชร ทองคำ และเครื่องประดับมีค่า รถยนต์แฮริเออร์ จำนวน 1 คัน สมุดบัญชีเงินฝากของเจ้าของบ้านเป้าหมาย จำนวนกว่า 60 บัญชี มียอดหมุนเวียนรวมประมาณ 15 ล้านบาท

