วันที่ 19 ธันวาคม นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คพ. ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบใสสะอาด ตามนโยบายรัฐบาล ได้เข้าตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่ริมคลองแสนแสบ ครอบคลุมพื้นที่ 21 เขต ในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 631 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรม อาคารชุด ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร ตลาด และที่ดินจัดสรร ผลการตรวจสอบ พบว่า มีจำนวนสถานประกอบการถึง 412 แห่ง หรือ ร้อยละ 66 ระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านเทคนิคการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ขาดบุคลากรที่มีความรู้ และประสบการณ์ในการเดินระบบ และมีข้อจำกัดด้านโครงสร้าง พื้นที่ในการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้งนี้ คพ. ได้ใช้มาตรการบังคับทางกฎหมาย โดยออกคำสั่งให้สถานประกอบการทั้ง 412 แห่ง ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ ให้บำบัดน้ำทิ้งได้ตามค่ามาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด และผลการตรวจติดตามหลังครบกำหนดคำสั่งฯ แล้ว ปรากฏว่า ยังมีสถานประกอบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ จำนวน 75 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการปรับรายวันแล้ว 49 แห่ง โดยการปรับมีโทษสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้บำบัดน้ำทิ้งตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด


นางสุณี กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานก้าวต่อไป คพ. ยังคงเดินหน้าตรวจบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษอื่นๆ ที่ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ ประเภทอาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือของเอกชนต่างๆ พร้อมทั้งบูรณาการแก้ไขปัญหาคลองแสนแสบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคมนาคม กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงบประมาณ โดยมีมาตรการสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ได้แก่ การจัดการน้ำเสียที่ต้นทาง ณ แหล่งกำเนิด การเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำเสีย และการสร้างการมีส่วนร่วม ตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบสะอาด (มติ ครม. เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560) เพื่อนำไปสู่การจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ริมคลองแสนแสบอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด

