ก๊วนโจ๋รุมยำพ่อลูกแท็กซี่ รับ 2 ข้อหา ยันไม่รู้จัก’เสี่ยโป้’

20.12.17 | 13:28 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ สน.บางเสาธง พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเสาธง และตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธนากร ภิรมย์ อายุ 23 ปี และนายณัฐวุฒิ รำพึงกิจ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในรถแท็กซี่ ย่านพุทธมณฑลสาย 1 จนมีการเผยแพร่คลิปทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

สืบเนื่องจากมีผู้โพสต์แชร์เฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ Thantong Rodluk ภาพเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เวลา 06.14 น. กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายโชเฟอร์แท็กซี่ และลูกสาว หลังคู่กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ฝ่ายโชเฟอร์รายนี้ย้อนกลับมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกลับถูกกลุ่มเพื่อนรถจักรยานยนต์รุมทำร้ายจนต้องขับรถแท็กซี่หนีตายออกมา หลังจากนั้นทางตำรวจได้เร่งติดตามกระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ก่อนมีการประสานเข้ามอบตัวกลางดึกที่ผ่านมา

โดยนายธนากรให้การรับสารภาพว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าพบตำรวจ สน.บางเสาธง เพราะต้องการจะมาขอโทษผู้เสียหาย และมารับทราบข้อกล่าวหา ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไปกับผู้เสียหาย โดยอ้างว่า รู้สึกโกรธแทนเพื่อน เพราะเข้าใจว่าแท็กซี่ขับรถไม่ดี เลยทำให้เพื่อนบาดเจ็บ และไม่ลงมาดูแลช่วยเหลือ ด้วยความโมโห จึงลงมือทำร้ายร่างกาย คนขับแท็กซี่ และอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผู้หญิงและไม่คิดว่าเป็นพ่อลูกกัน ชกต่อยเพื่อระบายอารมณ์มาทราบภายหลังว่าเป็นพ่อลูกกัน พร้อมกันนี้ นายธนากรยอมรับว่า ทุกคนย่อมเคยทำผิดพลาดหากรู้ว่าเรื่องจะใหญ่โตเหมือนตอนนี้ จะไม่ทำ อย่างไรก็ตาม ที่มีกระแสข่าวว่าตนรู้จักเสี่ยโป้นั้นไม่เป็นความจริง

ขณะที่ พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ ตำรวจไม่ได้เพิกเฉยตามที่สังคมตั้งข้อสังเกต หลังได้รับแจ้งก็เข้าไประงับเหตุทันที ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 2 ข้อหา คือ “ร่วมกันทำร้ายร่างกาย” และ ส่วนนายธนากร ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” เพราะไปทุบรถแท็กซี่ ประเมินค่าความเสียหายแล้ว ประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งตำรวจจะคุมตัวส่งฟ้อง ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ในวันนี้ ส่วนข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ต้องรอเวลาอีกระยะ และขอรอผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายจากแพทย์ก่อน จึงจะสรุปสำนวนได้ พร้อมฝากสังคมอย่าลงขัน เพื่อมาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เพราะเป็นการกระทำที่ผิด